• Kiyosumi Gardens

    A Japanese style garden located in east side of Tokyo. It has very famous collections of Japanese stones.

  • Yanaka

    A Beauty in Everyday Life awaiting You.

  • Easy Miso Ramen

    Quick and delicious homemade miso ramen recipe.

Friday, December 1, 2017

ซุปมิโซะใส่ฟักทอง (Miso Soup with Pumpkin)

ช่วงนี้ยังทำเมนูที่เกี่ยวกับฟักทองกันแบบรัวๆ เพราะเป็นฤดูกาล หวานอร่อย และไม่แพง วันนี้เอาฟักทองมาใส่ซุปมิโซะ ใส่ขิงขูดลงไปให้รสชาติหวานกลมกล่อม เป็นซุปที่ดูดี มีประโยชน์กับสุขภาพมากๆ อยากให้ลองไปทำกันดูนะคะ รับประกันความอร่อยเหมือนเคย

ระยะหลังปีสองปีที่ผ่านมาต๊ะหมดเงินไปกับการซื้อถ้วยจาน  props ต่างๆ ค่อนข้างหนักมือ เพราะนอกจากจะเป็นความชอบส่วนตัว และเอามาถ่ายรูปอาหารใน blog แล้ว ุถ้าติดตามกันมาสักพักจะรู้ว่าต๊ะขายรูปด่วย อย่างถ้วยมิโซะที่เห็นด้านบนก็เป็นถ้วยใหม่ที่พึ่งซื้อมาจาก Kappabashi ซื้อมา 2 ถ้วย เพราะกลัวไม่มีเพื่อน ตอนคิดเงินเจ้าของร้านบอก 1700 เยน ต๊ะยืนอึ้งไป 30 วินาที พนักงานรีบกุลีกุจอหาเครื่องคิดเลขมากดให้ดู เอ่อ จะบอกว่าเข้าใจนานแล้วล่ะ แต่อึ้งอยู่ เดินออกมาจากร้านตัวเบา ขอสารภาพว่าไม่ได้ดูราคาก่อน เพราะคิดว่ายังไงก็ซื้อ ของก็คงแพงเพราะเป็นไม้หอมฮิโนคิ แต่ 1700 เยน เป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายมาก แต่เมื่อซื้อมาแล้วจะต้องเห็นแค่ความงาม ห้ามเสียดายเงินเป็นอันขาด เป็นคาถาที่ต๊ะใช้ตลอดเวลาซื้อของ

วกกลับมาที่เมนูวันนี้ดีกว่านะคะ ฟักทองญี่ปุ่นที่เอามาใส่มิโซะวันนี้กินได้ทั้งเปลือกนคะ ที่เห็นปอกออกเป็นริ้วๆ ก็เพื่อให้ texture ดูน่าสนใจขึ้นตอนถ่ายรูป คิดว่าพ.ศ. นี้ ยุคนี้คงหาซื้อกันได้ง่ายแล้วในเมืองไทย เคยมีคนหลังไมค์มาถามเหมือนกันว่าใช้ฟักทองไทยแทนกันได้ไหม คำตอบคือก็ได้ค่ะ แต่มันไม่เหมือนกันเลย ทั้งเนื้อและความหวาน ก็อย่างที่เรารู้กันนะคะว่าไม่มีอะไรแทนกันได้จริงๆ ในโลกนี้ 

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรซุปมิโซะใส่ฟักทอง (Miso Soup with Pumpkin) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะและโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
ฟักทอง 150 กรัม
ดาชิ 400 มล.
มิโซะแดง 1.5 ช้อนโต๊ะ
ขิงขูด 1./ 2 แว่น

วิธีทำ
1. หั่นฟักทองเป็นชิ้นเล็กๆ ขนาดประมาณ .1.5 ซ.ม.
2. ตั้งดาชิให้เดือด ใส่ฟักทองลงไป ต้มไฟกลางจนฟักทองสุก
3. ใส่มิโซะลงไป คนให้เข้ากันลดไฟลงเป็นอ่อน จากนั้นใส่ขิงขูดลงไป 

ลองทำกันดูนะคะ


Wednesday, November 22, 2017

ผักทอดแช่ซอสสไตล์ญี่ปุ่น (Mixed Vegetables Agebidashi)

วันนี้นำเสนอเมนูผักเพียวๆ บ้างนะคะ นานๆ ที ปกติแล้วไม่ว่าจะเป็นอะไรก็จะมีเนื่อสัตว์ หรืออย่างน้อยที่สุดก็ไข่สักฟอง แต่ช่วงหลังต๊ะสามารถนะ กินข้าวกับผักเฉยๆ หรือกินผักอย่างเดียวเป็นอาหารไปเลย ไม่ราดนํ้าสลัด ไม่ต้มใดๆ ทั้งสิ้น ถ้าได้ผักที่สด หรือช่วงไหนรวยหน่อยก็จัดออร์แกนิค ไฮโครโปรนิกส์ จะฟินเป็นพิเศษ  รู้สึกเหมือนกันว่าตัวเองเปลี่ยนไป แต่จะว่าไปก็เป็นในทางที่ดีนะคะ

ผักทอดวันนี้จริงๆ สูตรดั้งเดิมเป็นสูตรที่ทอดใช้นํ้ามันเยอะ แต่ต๊ะดัดแปลงนิดหน่อย ทอดนํ้ามันน้อยหรือ (pan frying) เอา แต่สำหรับผักที่สุกยากอย่างฟักทองจะต้องมีเอาเข้าไมโครเวฟก่อน ไม่งั้นจะไม่สุกเอา คือทอดนํ้ามันเยอะเนี่ยเอาเป็นว่าถ้าพอเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยงนะคะ เพื่อสุขภาพและประหยัดดีด้วย

ช่วงนี้ต๊ะกินฟักทองบ่อยเพราะเป็นฤดูของเค้านะคะ จริงอยู่ว่าฟักทองยังไงก็มีขายทั้งปี แต่ชว่งนี้ราคาจะถูกสุด หวานสุด อร่อยสุด จะเอามาทำพาย ทำขนม ทำกับข้าว ก็อร่อยแสนอร่อย

เนื่องจากวันนี้เราไม่ได้ทอดนํ้ามันเยอะ จึงใช้เวลากับเมนูนี้ค่อนข้างน้อยนะ ไม่ต้องเก็บครัวนาน กินแล้วก็สบายท้อง ลองเอาสูตรไปทำกันดูนะคะ อร่อยไม่อร่อยยังไงบอกกันบ้างนะคะ

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรผักทอดแช่ซอสสไตล์ญี่ปุ่น (Mixed Vegetables Agebidashi) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
มะเขือม่วงลูกใหญ่ 200 กรัม หั่นเป็น 4 ชิ้น และบั้งใก้สุกง่าย
ฟักทอง 150 กรัม หั่นบางๆ
กระเจี๊ยบเขียว 5-6 ท่อน (เรียกงี้ป่ะคะ)
ดาชิ นํ้า นํ้าสัมสายชู สาเก โชุย มิริน อย่างละ 3 ช้อนโต๊ะ
นํ้าตาล 1/2 ช้อนชา
พรืกขี้หนูแดง 3 เม็ด (ใส่แล้วอร่อย เชื่อเถอะค่ะ)

นํ้ามันพืช 2-3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. เอาฟักทองเข้าไมโครเวฟจนสุก  หรือใครจะนึ่งแทนก็ได้นะคะ แต่อย่าลืมใช้ paper towel ซับนํ้าให้แห้งก่อน
2. ตั้งนํ้ามันในกระทะ ใส่ผักลงไปจี่ให้สุกนะคะ  จากนั้นใส่ ดาชิ นํ้า นํ้าสัมสายชู สาเก โชุย มิริน นํ้าตาล พรืกขี้หนูแดง ลงไป ตั้งไฟต่อสักครู่ให้ซสอร้อนนะคะ รสชาติจะได้ซึมเข้าผัก ปิดไฟ ทั้งไว้สักครู่ อุ่นให้ร้อนอีกครั้งและเสิร์ฟค่ะ 

Monday, November 20, 2017

บราวนี่ใส่วอลนัท (Walnut Brownies)

ต๊ะได้คำราทำยราวนี่ล้วนๆ มาจากร้านหนังสือมืองสองในโตเกียวนานมากแล้ว น่าจะสัก 3-4 ปี แต่พุ่ึ่งได้มามีโอกาสลองทำครั้งแรกเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนี่เอง ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะต๊ะไม่ใข่คนชอบกินบราวนี่ หรือทอฟฟี่เค้ก รู้สึกมันหนึบ และเหนียว พอเย็นลงก็ยิ่งเหนียว ซาดาโอะก็ไม่ชอบ ส่วนโคชิไม่กินช็อคโกแลต  ก็เลยไม่ไดลงมือทำสักที กลัวไม่มีลูกค้า

ยราวนี่วันนี้เนื้อไม่หนักมากนะคะ ต๊ะปรับสูตร เพิ่มโน่น ลดนี่ หลายอย่างให้เนื้อขนมออกมาเบาเหมือนขนมเค้กช็อคโกแลตเข้มข้น ต๊ะอบนานสักหน่อยได้บราวนี่หน้ากรอบๆ แค้ค๊ะก็ขอบนะคะ เหมิอนกิน crumb cake หนาวๆ อย่างนี้ยิ่งเหมาะ สรุปเอาเป็นว่าต๊ะ ซาดาโอะ และโคชิขอบบราวนี่มากขึ้น และแน่นอนว่าจะเห็นต๊ะเอาสูตรบราวนี่มาลงอักอย่างแน่นอน

บราวนี่เป็นขนมที่ทำง่าย อบง่าย มีตวามยากกว่าสโคนบ้าง แต่ถ้าไม่เน้นหน้าตา ต๊ะว่ามันเป็นขนมอบที่ทำง่าย ทำได้บ่อยตามต้องการเลยทีเดียวล่ะ แค่ผสมๆ แล้วเอาทุกอย่างไปอบ จบได้ในไม่กี่ขั้นตอน ต๊ะไม่ใส่ผงฟูนะคะ เพราะลดนํ้าตาลลงไปแล้ว กลัวเนื้อเค้กจะเบาจนไม่เหลือความเป็นบราวนี่ 

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรบราวนี่ใส่งอลนัท (Walnut Brownies) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า 

ส่วนผสม
ดาร์คช็อคโกแลต 70 เปอร์เซ็นต์ 100 กรัม
นํ้าตาลไม่ขัดสี 170 กรัม
แป้งเค้ก 100 กรัม
ผงโกโก้ 2 ช้อนโต๊ะ
นมสด 3 ช้อนโต๊ะ
เนย 115 กรัม
วนิลา 1/2 ช้อนชา
ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 2 ฟอง ตีพอเข้ากัน
วอลนัท 90 กรัม
วิธีทำ
.1. หั่นช็อคโกแลตเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปตุ๋นพร้อมกับเนย คนให้ละลายเข้ากันดี ใช้เวลาไม่นานนะคะ
 2. จากนั้นยกลง ใส่นํ้าตาลลงไปค่ะ คนๆ ให้เข้ากัน นํ้าตาลจะไม่ละลายไม่หมด ไม่ต้องกังวลนะคะ พอเอาเข้าเตาก็จะละลายหมด และการละลายของนํ้าตาลระหว่างอบก็จะช่วยให้เนื้อขนมหนึบๆ แบบบราวนี่
 3. จากตั้นใส่ไข่และวนิลาค่ะ ผสมๆ
 4. ร่อนแป้งรวมกับโกโก้ ผสมพอเข้ากัน
 5. ใส่วอลนัทลงไป ทาเนยที่ถาดวางกระดาษไข ทาเนยอีกครั้ง เทส่วนผสมใส่พิมพ์ อุ่นเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศา อบประมาณ 25 นาที หรือจนสุก


Monday, November 13, 2017

ซุปมิโซะใส่หน้าท้องปลาแซลมอน (Miso Soup with Salmon Belly)

ช่วงอากาศเย็นๆ แบบนี้เหมาะกับการทำซุปมิโซะแบบใส่เนื่อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ติดมัน ไม่รู้มโนเองหรือเปล่าเวลากินซุปพวกนี้ร่างกายอบอุ่นดีนะคะ  เวลาไปกินอาหารทะเลในญี่ปุ่นแล้วสั่งอาหารชุด ทางร้านมักจะเสิร์ฟซุปมิโซะใส่มันปูบ้าง ใส่หัวกุ้งบ้าง ใส่แซลมอนบ้าง ทั้งเพิ่มโปรตีนและเพิ่มความอร่อย ถ้าถามว่าแบบไหนอร่อยสุด ต๊ะชอบแบบใส่มันปูนะเพราะเป็นคนชอบกินปู แต่ยอกตรงๆ ทำไม่เป็น และมันปูที่ใส่กระปุกวางขายมันออกจะมีกลื่น  ไม่แน่ใจว่าถ้าเอามาใส่ซุปมิโซะจะต้องใส่อะไรก่อนไหม เมื่อไม่แน่ใจก็ไม่ทำเพราะมันปูที่ขายเป็นขวดๆ ก็ไม่ใช่ถูกๆ อ่ยางตํ่าๆ ก็ 700-800 เยน เอาเป็นว่าขอผ่านไปก่อนในรอบนี้แล้วกันนะคะ

เมนูนี้ต๊ะได้รับแรงบันดาลใจจากทริปอาโอโมริ ที่ต๊ะกับซาดาโอะไปแวะกินเซ็ตหอยเซลล์ชุบเกล็ดขนมปังทอดมา ร้านไม่เสิร์ฟซุปมิโซะแบบพื้นๆ ใส่เต้าหู้ แต่เสิร์ฟซุปมิโซะใส่แซลมอนแทน อร่อยเหาะ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ชัวร์ว่าเค้าใส่เนื้อแซลมอนส่วนไหน ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บหลักฐานเพราะในร้านมืดมาก แค่จำได้ชัวร์ๆ ว่าไม่ใช่ส่วนที่มีกระดูก เลือกไม่ถูกว่าส่วนไหนดี จริงๆ หน้าท้องไม่ใช่ส่วนที่นิยมนำมาต้มเท่าไหร่ ส่วนมากจะเอาไปย่างใส่เกลือ แต่ต๊ะว่าลองใส่ดูก็เหมาะเจาะนะคะ เข้ากับมิโซะพองาม

ถ้าหาซื้อแซลมอนสดๆ ได้ ลองเอามาต้มใส่มิโซะกันดูนะคะ หน้าตาอาจจะไม่ได้ดูน่ากินมากมายแต่ความอร่อยนั้นท้าให้ลอง วันนี้ไม่ได้ใส่ผักนะคะ แต่คิดว่าถ้ามีหัวไชเท้าใส่สักหน่อยก็คงเข้ากัน

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรซุปมิโซะใส่หน้าท้องปลาแซลมอน (Miso Soup with Salmon Belly) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะและโคชิดิกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม

ดาชิ(ดูวิธีเตรียมที่นี่) 800 มล. 
มิโซะแดง (aka miso) 1.5 ช้อนโต๊ะ 
มิโซะขาว (awase miso) 1.5 ช้อนโต๊ะ
มิรัน 1 ช้อนโต๊ะ
หน้าท้องปลาแซลมอน 200 กรัม

วิธีทำ
1. หั่นหน้าท้องแซลมอนเป็นชิ้นพอคำ พักไว้
2. ต้มดาชิให้เดือดใส่เนื้อแซลมอนลงไป ต้มให้สุก
3. เติมมิโซะกับมิรินลงไป 
4. ตักใส่ถ้วย เสิร์ฟได้ค่ะ 


Thursday, November 9, 2017

กราแตงพาสต้าใส่ไก่ (Chicken and Pasta Gratin)

ต๊ะเป็นคนไม่ถนัดนท ไม่ถนัดชีส กินได้น้อยถึงน้อยมากและหลังจากนั้นมักจะท้องอืด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อย แต่ทั้งนมและชีสซาดาโอะกับโคชิชอบมาก ในตู้เย็นที่บ้านจะมีของสองสิ่งนี้ติดไว้ตลอด จริงๆ ต๊ะเองก็ไม่เกลียดนมหรือชีสนะคะ เพียงแค่เหมือนมันเป็นอะไรที่ไม่ค่อยเข้ากับระบบ ไม่รู้จะมีใครเหมือนกันไหม อย่างอาหารเช้าต๊ะชอบข้าว ข้าวต้มหรือโจ๊กมากกว่าขนมปัง อาหารกลางวันก็จะชอบก๋ยวเตี๋ยว ราเมน มากกว่าสปาเก็ตตี้ กระเพาะและระบบย่อยอาหารเป็นแบบเอเชียแบบสุดๆ

ต๊ะเคยทำกราแตงลง blog บ่้าง แต่ละครั้งก็จะใช้สูตรคนละสูตร วันนี้ส่วนผสมหลักคือพาสต้านะคะ ตัวซอสใส่นมไม่ใส่ whipping cream ใช้พาสต้าเส้นสั้นนะคะจะใส่มักกะโรนี หรือ Fusilli ก็ตามชอบ ตามสะดวก สูตรนี้เสิร์ฟได้ทั้งหมด 4 ที่ ต๊ะแบ่งเสิร์ฟเป็น 2 มื้อ ทำครั่งเดียวแต่แบ่งอบ 2 ครั้ง ตักใส่ถ้วยทนความร้อนแล้วเอา cling film ปิดไว้ พอใกล้เวลาอาหารก็เอามาอบ สูตรนี้ใส่ไข่ต้มด้วยนะคะ ไม่ได้มีแต่แป้งอย่างเดียวน้า

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรกราแตงพาสต้าใส่ไก่ (Chicken and Pasta Gratin) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
ไข่ต้ม 2 ฟอง
นมสด 700 มล.
พาสต้าแบบแห้ง 300 กรัม
เกลือ 1/2 ช้อนชา
ซุปก้อนคนอร์ 1 ก้อน
เนย 60 กรัม
แป้งสาลี 60 กรัม
เกล็ดขนมปัง
เนื้อไก่หั่นเป็นชิ้น 70 กรัม
หอมใหญ่หั่นเป็นเส้นบางๆ 100 กรัม
ชีสขูดเป็นเส้น 70 กรัม

วิธีทำ
1. ต้มเส้นพาสต้าในนํ้าเดือด (อย่าลืมใส่เกลือเล็กน้อยนะคะ) ต้มจนนิ่มเหมือนเราทำเมนูพาสต้าทั่วไปเลย เสร็จแล้วตักพักไว้ค่ะ
2. แบ่งเนยมาสัก 1 ช้อนชา ตักใส่กระทะแล้วผัดไก่กับเนยให้สุก เสร็จแล้วตักใส่ถ้วยที่เราจะใช้อบนะคะ
3. ใส่เนยที่เหลือในหม้อใช้ ไฟอ่อนนะคะ พอเนยละลายหมดใส่แป้ง ผัดให้เข้ากันค่ะ
 4. ใ่สนมค่ะ ค่อยๆ ใส่นะคะ อย่าเทพรวดเดียว ไม่งั้นส่วนผสมจะเป็นก้อนๆ ไม่เข้ากัน เสร็จแล้วใส่เกลือและซุปก้อนคนอร์ลงไปค่ะ

5. ต้มต่อไปจนซอสข้น ปิดไฟค่ะ
4. ใส่เส้นพาสต้าลงไป คนๆ 
5. ตักส่วนผสมในข้อ 4 ใส่ลงในถ้วยที่เราจะใช้อบ จากนั้นโปะหน้าด้วยไข่ต้ม โรยชีสและเกล็ดขนมปัง อบที่อุณภูมิ 200 องศา ประมาณ 15- 20 นาทีนะคะ
ลองทำกันดูนะคะ

Friday, November 3, 2017

ชิราตากิผัดโชยุ (Stir Fried Shirataki Noodles)

วกกลับมาเมนูผัดๆ นะคะ วันนี้เป็นเมนูสุขภาพเราใช้เส้นชิราตากิค่ะ หลายๆ คนคงรู้จักและคุ้นกับเส้นชิราตากิกันเป็นอย่างดีแล้ว ชิราตากิเป็นบุกเส้นกลมนิยมเอามาใส่อาหารประเภทต้มอย่าง นาเบะ หรือสุกี้ยากี้ และบางครั้งก็อาจนำมาใช้แทนเส้นราเมนเวลาที่เราต้องการลดนํ้าหนักได้เหมือนกันนะคะ 

พูดถึงเรื่องลดนํ้าหนัก ช่วงนี้ต๊ะเองก็ยังอยู่ในช่วงไดเอ็ทแบบยาวๆ ลากมาตั้งแต่ต้นปี ธันวาคมปีก่อนนํ้าหนักต๊ะพุ่งไปถึง 64 ก.ก. ซึ่งถือว่าเยอะมาก เพราะต๊ะเองก็ไม่ใช่คนที่ตัวสุูงอะไร ตัวเลขขนาดนี้มากกว่าตอนที่ท้อง 9 เดือนด้วยซั้า ตอนนี้ลดมาได้จนเหลือ 55 ก.ก. ถือว่าลดเดือนละก.ก. ถือว่าค่อนข้างช้า เมื่อเทียบกับการลดนํ้าหนักรอบก่อนๆ อุปสรรคมีหลายอย่างทั้งอายุที่มากขึ้น และนิสัยส่วนตัวที่ชอบกินของอร่อย กินเยอะ แต่เรี่ยวแรงมีน้อยออกกำลังกายนานๆ ไม่ไหว ลดบ้างขึ้นบ้างตามประสา ตอนนี้ถือว่ามาได้ไกลพอสมควร แต่ก็ยังต้องออกกำลังกาย และระวังเรื่องอาหาร ก็เลยยังมีแว่บแอบทำเมนูสุขภาพเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายเร็วขึ้น ชิราตากิผัดโชยุก็เป็นหนึ่งในเมนูที่ต๊ะทำบ่อยในช่วงหลังนะคะ 

ผักที่ใส่วันนี้มีแค่ถั่วฝักยาวกับพริกหวาน ถั่วฝักยาวเป็นถั่วฝักยาวที่ปลูกในญี่ปุ่นเนื้อจะแน่น กรอบ และฉํ่านํ้ากว่าถั่วฝักยาวที่ไทย ส่วนตัวต๊ะว่าถั่วฝักยาวไทยจะมีกลิ่นนิดหน่อย ลองเปลี่ยนไปใช้ผักอย่างอื่นตามสะดวกนะคะ 

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรชิราตากิผัดโชยุ ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะและโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
เส้นชิราตากิ 320 กรัม
หมูหั่นเป็นชิ้นพอคำ 200 กรัม
ถั่วฝักยาว 150 กรัม
พริกหวานสีแดงและสีเหลืองอย่างละ 1 ลูก หั่นเป็นเส้นยาว
โชยุ 2.5 ช้อนโต๊ะ
นํ้าตาล 1.5 ช้อนโตีะ
สาเก 2 ช้อนโต๊ะ
นํ้ามันพืช 1.5 ช้อนโต๊ะ สำหรับผัด
วิธีทำ
1. ใส่นํ้ามันลงในกระทะ ตามด้วยหมู พอหมูเริ่มสุกใส่ถั่วผักยาวลงไป ผัดๆๆ

2. จากนั้นใส่พริกหวานลงไป ต๊ะไม่ค่อยชอบพริกหวานนิ่มๆ ชอบแข็งๆ หน่อย เลยใส่ทีหลัง
3. จากนั้นใส่เส้นชิราตากิลงไป แล้วตามด้วยเครื่องปรุงทั้งหมด
4. ระหว่างที่ผัดนํ้าจากชิราตากิจะออกมา อาจจะดูเจิ่งๆ นิดหน่อย ผัดต่อไปอย่าได้แคร์ค่ะ นํ้าจะแห้งลงจนพอดีเอง
เสร็จแล้วตักเสิร์ฟใส่จาน ลองทำกันดูนะคะ