• Kiyosumi Gardens

    A Japanese style garden located in east side of Tokyo. It has very famous collections of Japanese stones.

  • Yanaka

    A Beauty in Everyday Life awaiting You.

  • Easy Miso Ramen

    Quick and delicious homemade miso ramen recipe.

Wednesday, May 24, 2017

หมูสับผัดมิโซะ (Minced Pork Stir Fry with Miso)

ช่วงนี้อากาศที่โตเกียวตลกๆ นะคะ ใส่เสื้อแขนสั้นแลัวหนาว ใส่แขนยาวแล้วร้อน อากาศอุ่นขึ้นจนเกิอบร้อน แดดจัด สว่างไสวทั้งวัน แต่ลมแรงและเย็นมาก ลมพัดแต่ละครั้งต้องยกมือกอดอก หนาวมากแต่ก็ไม่หนาวถึงขนาดต้องใส่เสื่อกันหนาว พูดถึงลมในญี่ปุ่นแล้ว มีความรุนแรงต่อความรู้สึกต๊ะมากในช่วงแรกๆ เพราะนอกจากจะพัดแรงแล้วยังมีเสียงดังหวืดๆ เหมือนในหนังสยองขวัญไม่มีผิด และบ้านญี่ปุ่นร้อยทั้งร้อยไม่ค่อยเก็บเสียง ลมพัดหวัวๆ น่าหวั่นใจว่ามันจะเป็นพายุรึเปล่า ส่วนประตูกระดาษที่ต๊ะว่าสวยนักสวยหนามันไม่สามารถกันความเย็นและเสียงลมได้เลย มาใหม่ๆ ลมพัดที่แทบจะต้องไปกอดโคชิ แต่เอาจริงๆ ต๊ะก็กลัวเหมือนกัน

นอกจากลมแล้วช่วงนี้จนถึงเดือนมิ.ย. จัดเป็นช่วงฝนเยอะ จริงๆ ในญี่ปุ่นไม่มีหน้าฝนอย่างเป็นทางการเหมือนไทยนะคะ แต่ด้วยความที่ช่วงนี้ฝนตกถี่ หลายๆ คนก็เรียกช่วงนี้ว่าหน้าฝน ฝนญี่ปุ่นไม่ค่อยเหมือนเมืองไทย ให้ตกแรงแบบฟ้ารั่วแบบนั้นต้องพายุเข้า ส่วนมากจะตกไม่แรง แต่ถ้าวันไหนได้ตกมักจะตกทั้งวัน หน้าฝนดูเป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อสำหรับการท่องเที่ยว แต่ก็มีอย่างหนึ่งที่ต๊ะชอบ นั่นคือดอกไฮเดรนเยียที่จะออกดอกบานสะหรั่งในช่วงนี้

ไฮเดรนเยียเป็นดอกไม้ที่ดูสดใส ร่าเริง ดูอ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ บานทนมาก จะฝนตกจะลมแรงก็ไม่ร่วงไม่หล่น หลังฝนตกถ้าไม่ได้ทำอะไรต๊ะมักจะออกไปดูดอกไฮเดรนเยียที่มีหยดนํ้าเกาะ ชอบได้บรรยากาศดี 

วกมาที่เมนูวันนี้นะคะ หมูสับผัดมิโซะเป็นหนึ่งในเมนูที่ทำง่าย อร่อย และประหยัด ต๊ะอยากเอามาลงเพราะเชื่อว่านอกจากทำซูปแล้ว หลายๆ คนอาจจะนึกไม่ออกว่าจะเอามิโซะไปทำอะไรได้อีก มิโซะกระปุกนึงก็ไม่น้อย เก็บไว้ได้นานก็จริง แต่ถ้าทำแต่ซุปอย่างเดียวก็ใช้ไม่ทัน 

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรหมูสับผัดมิโซะ (Minced Pork Stir Fry with Miso) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า 

ส่วนผสม
หมูสับ 400 กรัม
ขิงขูด 2 แว่น
ต้นหอมซอย 1/2 ต้น
นํ้ามันหอย 3 ข้อนโต๊ะ
สาเก 3 ช้อนโต๊ะ
มิริน มิโซะ นํ้าตาล อย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ
งาขาวคั่ว 1 ช้อนโต๊ะ

นํ้ามันสำหรับผัด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ตั้งกระทะใส่นํ้ามัน ใส่หมูลงผัดพอสุก จะเริ่มเห็นว่านํ้ามันจากหมูเริ่มออกมา ใช้ paper towel ซับออก เพื่อสุขภาพนะคะ
2. เสร็จแล้วปรุ่งรสด้วยสาเก มิริน มิโซะ นํ้าตาล นํ้ามันหอยนะคะ ผัดให้เข้ากัน จนนํ้าลดลงและหมูเปลี่ยนเป็นสีนํํ้าตาลเข้ม 
3. ใส่ขิงขูด ต้นหอมซอย งาขาว ผัดเร็วๆ เสิร์ฟได้ค่ะ ลองทำกันดูนะคะ

Friday, May 12, 2017

ไข่สก็อต / หมูสับห่อไข่ชุบเกล็ดขนมปังทอด (Scotch Egg)

ไม่ได้ทำอาหารทอดๆ ลงบล็อกมาพักใหญ่นะคะ กลับมาวันนี้เป็นเมนูทอดง่ายๆ นะคะ ชอบไข่สก็อตกันหรือเปล่าเอ่ย ต๊ะชอบมาก ชอบทำใส่เบนโตะ เพราะมันหน้าตาน่ารักและทำให้ไข่ต้มแบบเดิมๆ ดูน่าอร่อย น่าสนุกขึ้น วิธีเตรียมก็ไม่ยุ่งยากทำเป็นอาหารเช้าก็ยังไหว แต่พึ่งมามีโอกาสทำลงบล็อกก็วันนี้เอง ขอพลิกแพลงนิดหน่อยอยากได้ไข่ต้มยางมะตูม ต๊ะต้มไข่ประมาณ 5 นาทีครึ่ง ออกมาตีะว่ามันเหลวไปหน่อย คราวหน้าอาจจะลองสัก 6 - 7 นาที ส่วนรูปทรงไข้มันเหลี่ยมไปนิดนะคะ แต่เรื่องรสชาตินั้นท้าให้ลองเหมือนเดิม 

ช่วงนี้อากาศเริ่มอุ่นขึ้นจนเกือบร้อนแล้วนะคะ ใกล้ได้เวลาสำหรับการกินไอศกรีมอร่อยๆ แล้ว ต๊ะไม่ค่อยได้ทำไอศกรีมลงในบล็อกเท่าไหร่ เพราะไม่มีเครื่องตี ทำแล้วเนื้อก็ไม่ค่อยเนียน แต่ปีนี้ว่าจะซื้อ เพราะอยากลองทำไอศกริมอร่อยๆ กินที่บ้านดูบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าซื้อมาเมื่อไหร่ก็จะเกะกะบ้านให้ซาดาโอะค้อนเอาทุกที เพราะปีนึงคงได้ทำไม่กี่ครั้ง อีกอย่างซื้อเค้าก็อร่อยและไม่แพงด้วย แถมข้อดีของการกินไอศกรีมในญี่ปุ่นคือเราจะกินได้หมดก่อนที่มันจะเริ่มละลาย 

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรไข่สก็อต / หมูสับห่อไข่ชุบเกล็ดขนมปังทอด (Scotch Egg) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะและโคชิดีกว่า อร่อยน้า  

ส่วนผสม
ไข่ 2 ฟอง
หมูสับ 200 กรัม 
ไข่ไก่ 1/2 ฟอง ผสมให้เข้ากัน
เกลือ พริกไทยนิดหน่อย
นมสด 1 ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลี
เกล็ดขนมปัง
ไข่ไก่ตีพอเข้ากัน 1 ฟอง (สำหรับชุบทอด) 
วิธีทำ
1.ใส่นํ้าในหม้อต้มให้เดือด ใส่ไข่ลงไปต้มจับเวลาประมาณ 5 นาที ครึ่ง แต่อย่างที่บอกนะคะต๊ะว่ามันเหลวไปหน่อย น่าจะสัก 6-7 นาที
2. ปอกไข่พักไว้
3. ผสมหมูสับ ไข่ไก่ 1/2 ฟอง เกลือพรักไทย นมสด นวดให้เหนียว พักไว้ประมาณ 10-15 นาที
4. นำส่วนผสมข้อ 3 มาแบ่งครึ่งเท่าๆ กัน แล้วห่อไข้ให้มิด
5. เอาไข่ในข้อ 4 ไปคลุกแป้ง ขุบไข่ไก่ แล้วเกล็ดขนมปัง 
6. เอาไปทอดไฟกลางจนสุกเหลือง เสิร์ฟกับซอสทงคัตสึ ลองทำกันดูนะคะ

Wednesday, May 3, 2017

ไข่ต้มราเมน (Nitamago / Ajitsuke Tamago)

ไข่ต้มราเมน เป็นหนึ่งในท็อปปิ้งใส่ราเมนที่ต๊ะเลิฟมาก และคิดว่าหลายๆ คนก็คงชอบเหมือนกันเพราะเป็นท็อปปิ้งที่ร้านราเมนแทบทุกร้านจะต้องมี  นอกจากจะไว้ใส่ราเมนแล้วเมนูนี้ยังเหมาะที่จะเอาไปใส่เบนโตะด้วยนะคะ เพราะไม่ไม่กลิ้นคาวของไข้ ไม่เหมือนไข่ต้มธรรมดา หรือจะเอาไว้ใส่เป็นไส้โอนิกิริก็สะดวกและอร่อย 

ต๊ะเคยนำเสนอเมนูไข่ต้มราเมนไปแล้วครั้งนึง ตอนนั้นเป็นสูตรที่ใช้ Mentsuyu หรือนํ้าจิ้มที่เราใช้กับโซบะ โซเมน หรืออุด้ง  Mentsuyu เป็นซอสจิ้มที่ทุกบ้านในญี่ปุ่นมักจะมีติดครัวไว้เสมอๆ แต่ต๊ะก็เชื่อว่ากหลายคนที่ตามอ่านบล็อกนี้อาจจะไม่มีติดไว้ในครัวก็เป็นได้นะคะ วันนี้เลยเอาสูตรที่ใช้โชยุ มิริน ดาชิ ซึ่งน่าจะเป็นส่วนผสมที่คนรักอาหารญี่ปุ่น ชอบทำอาหารญี่ปุ่นมีติดบ้านกันอยู่แล้วนะคะ

นอกจากส่วนผสมเครื่องปรุงที่ต่างกันแล้ว วิธีต้มไข่ก็ต่างกันนะคะ ลองทำดูนะคะว่าชอบแบบไหน ส่วนตัวต๊ะว่าอร่อยหมด แฮ่ๆ 

เอาล่ะคะ ตามมาสูตรไข้ต้มราเมน  (Nitamago / Ajitsuke Tamago) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า 

ส่วนผสม
ไข่ไก่ 10 ฟอง
ดาชิ โชยุ มิริน อย่างละ 100 มล.
Mizkan Rice Vinegar 1 ช้อนโต๊ะ
สาหร่ายคมบุตัดยาวประมาณ 10 เซนติเมตร

วิธีทำ
1. ใส่นํ้าในหม้อกะให้พอท่วมไข่นะคะ ตั้งไฟกลางค่อนข้างแรง รอจนนํ้าเริ่มเดือดปุดๆ ใช้ทัพพีใส่ไข่ลงไปทีละฟอง เบามือนะคะ ระวังอย่าให้ชนกัน (ต๊ะหยิบไข่ออกจากตู้เย็นแล้วใช้เลยนะคะ ไม่ได้ทิ่งไว้ที่อุณหภูมิห้อง) เสร็จแล้วจับเวลา 7 นาทีนะคะ 

2. พอครบเวลาใช้ทัพพีตักไข้ต้มใ่สอ่างที่มีนํ้าเย็นจัด (ใส่นํ้าแข็งด้วยก็ดีนะคะ) เสร็จแล้วปอกเปลือก

3. ใส่ดาชิ โชยุ มิริน นํ้าสัม และสาหร่ายคมบุลงในหม้อ ตั้งไฟพอให้เดือดปุด ยกลงทิ้งไว้ให้เย็น สาหร่ายคมบุทิ้งไปนะคะ

4. ใส่ไข่ลงในโหล เทส่วนผสมในข้อ 3 ลงไป ไข่จะลอยขึ้นมา หาอะไรทับไว้ค่ะ ต๊ะใข้ถุงพลาสติก ทิ้งไว้ 1-2 วันในตู้เย็นก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ ลองทำกันดูนะค

Thursday, April 27, 2017

ซูชิแฟนซีดอกซากุระ (Fancy Maki Sushi)

มาเก็บความงามของซากุระไว้ในจานอาหารกันดีกว่านะคะ ใครที่ตามอ่าน nipponkitchen มานานจะรุ้ว่าต๊ะไม่ใช่คนที่ทำซูชิแฟนซีเท่าไหร่ เพราะโดยส่วนตัวต๊ะว่าถ้าพูดถึงเรื่องรสชาติแล้วสู้มากิซูชิทั่วๆ ไปไม่ค่อยจะได้ เพราะใช้สาหร่ายมากกว่าปกติและไม่ค่อยมีส่วนผสมที่เป็นโปรตีน เช่น ทูน่า ไข่หวาน หรือปู เหมือนมากิซูชิธรรมดา แตนานๆ ทีก็ทำบ้างเพื่อสร้างบรรยากาศสนุกๆ บนโต๊ะอาหาร

แค่อีกไม่นานต๊ะต้องไปออกอีเว้นท์ที่ Tokyo Big Sight และนี่เป็นหนึ่งในเมนูที่ต๊ะจะสาธิตนอกจากโอโคโนมิยากิ ค่ะ จริงๆ แล้วต้องบอกว่าคนที่ชำนาญด้านนี้ในญี่ปุ่นมีมากกว่าต๊ะมีมากมายนัก แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่างทำให้ต๊ะได้งานนี้มา และหนึ่งในนั้นน่าจะเป็นโชคชะตา

ซูชิแฟนซีวันนี้เป็นแบบเบสิคนะคะ เป็นรูปดอกซากุระ ทำไม่ยากนะคะ ต๊ะเองก็พึ่งทำเป็นครั้งที่สอง อยากให้ลองทำกันดู แม้ว่าครั้งแรกๆ จะออกมาไม่สมบูรณ์แบบ แต่ฝึกๆ ไป ก็จะคล่องขึ้นเองและก็จะสวยขึ้นเรื่อยๆ ด้วยนะคะ วันนี้ต๊ะใช้สีชมพูจากซากุระเด็นบุ  นะคะ ถ้าสะดวกก็ลองหาซื้อหรือทำตามลิงค์กันดู แต่ถ้าไม่จะใช้สีผสมอาหารก็ไม่ผิดกติกา แต่ถ้าเป็นแบบผงจะดีกว่านํ้าให้สีชัดกว่า โดยที่ไม่ทำให้ข้าวแฉะ

เด็นบุค่อนข้างหวาน ถ้าไม่ชอบหวานเปลี่ยนเป็นทาราโกะ (ไข่ปลาค็อด) แทนนะคะ

วันนี้ต๊ะไม่ได้ทำคลิปนะคะ เพราะยังไม่ค่อยมีเวลา จริงๆ อธิบายธรรมดาอาจจะพอเห็นภาพ แต่ถ้าอยากดูคลิป มีคนทำไว้นะคะ ตามลิงค์เข้าไปดูได้เลยค่ะ เก่งกว่าต๊ะอีก

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรซูชิแฟนซีดอกซากุระ (Fancy Maki Sushi) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะและโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
สาหร่ายแบบแผ่น
ข้าวซูชิ (สำหรับสวนที่เป็นสีขาวนะคะ)
ข้าวญี่ปุ่นหุงสุก (ผสมกับซากุระเด็นบุให้เป็นสีชมพูมุ้งมิ้งนะคะ) ประมาณ 150 กรัม
แครอทสด เหลาให้กลมๆ ความยาวให้พอดีนะคะ
เห็ดหอมหั่นบางๆ ต้มกับดาชิ โชยุ มิริน และนํ้ตาล ให้รสออกหวานๆ เค็มนะคะ 

วิธีทำ
1. แบ่งสาหร่ายออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน หลังจากนั้นแบ่งสาหร่ายทั้ง 2 แผ่น ออกเป็น 3 ส่วน จะได้สาหร่ายแผ่นเล็กๆ ทั้งหมด 6 แผ่น เราจะทำกลีบซากุระกัน ใช้แค่ 5 ค่ะ อีกอันก็เอาเข้าปากไป 
2. จากนั้นใช้มือหยิบข้าวประมาณ 30 กรัม วางบนสาหร่ายตรงกลาง แล้วห่อค่ะ ไม่ต้องให้กลมมากก็ได้ เอาเป็นรูปหยดนํ้าตา ทำจนครบ 5 กลีบ
3. แบ่งสาหร่ายออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน  วางกลีบดอกไม้ลงไป 3 กลีบ แล้ววางแครอทไปตรงกลาง  ม้วนให้แน่นพอประมาณ มันจะติดกันเอง แต่ถ้าไม่ติดเอาข้าวแปะๆ ไปหน่อย โอเคได้ดอกไม้กันแล้วนะคะ
4. แบ่งสาหร่ายเป็น 2 ส่วน แล้ววางเห็ดลงไป ห่อให้เป็นแผ่นบางๆ ตรงนี้ทำเป็นกิ่ง ถ้าไม่ทำจะข้ามไปก็ได้นะคะ 
5. แบ่งสาหร่ายออกเป็น 2 ส่วนเท่าๆ กัน เสร็จแล้วเอาข้าวมาแปะต่อกันให้เป็นแผ่นยาวๆ นะคะ เสร็จแล้วใช้มือหยิบข้าวแล้ววางบนสาหร่าย เกลี่ยให้ทั่วแผ่น 
6. เสร็จแล้วม้วน แล้วหั่น 



Wednesday, April 19, 2017

ผัดผักแบบจีน (Chinese Stir Fry Vegetables)

ห่างหายกันไปนานเลยนะคะสำหรับเมนูใหม่่ ช่วงสองเดือนที่ผ่านมาจัดว่าเป็นช่วงที่ต๊ะงานยุ่งจนล้น และมีปัญหาส่วนตัวบ้าง จัดว่าเป็นช่วงที่พายุถาโถมเข้ามาในใจ พายุที่ว่าไม่ได้มีกำลังรุนแรงไม่ถึงขนาดหมดแรง แต่ก็ยอมรับว่ามีบ้างที่รู้สุึกว่าพลังบวกจะลดน้อยถอยลงไปบ้าง กว่าจะมีแรงกลับมาอัพบล็อกอีกครั้งก็ร่วมสองเดือนนะคะ ตอนนี้กลับเข้าสู่โหมดปกติแล้ว จะทะยอยลงสูตรอาหารที่ถ่ายรูปเก็บๆ เอาไว้นะคะ

เมนูวันนี้เป็นผัดผักสไตล์จีน ที่ต๊ะกับซาดาโอะชอบสั่งเวลาไปร้านอาหารจีน แต่ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงญี่ปุ่น เน้นความสะดวกนะคะ มีส่วนผสมที่ต้องนำเข้าจากจีนแค่อย่างเดียวคือเท็นเม็นจัน (Tenmenjan) ซึ่งเป็นเต้าหู้บด ปรุงรส รสหวานๆ เค็มๆ คล้ายกับ Hoisin Sauce ถ้าใครหาไม่ได้จัดเลยนะคะ คล้ายกันมากทีเดียว ไม่ต้องไปหาซื้อใหม่นะคะ

เท็นเม็นจันจะทำให้ผัดผักมีรสละมุน เด็กๆ ก็ชอบ แต่วันไหนถ้ากินคนเดียวอยากเติมความแซ่บซี้ด ด้วยพริกขี้หนูแห้งลงไป ก็จะได้รสชาติอร่อยไปอีกแบบค่ะ 

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรผัดผักแบบจีนที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า


ส่วนผสม
หมูสไลด์บาง 150 กรัม
กุ้งสด 4-5 ตัว
หอยอาซาริ 10 ตัว ลวกก่อนนะคะ ไม่เอาเปลีอก
กะหลํ่าปลี 1/4 หัว หั่นเป็นชิ้นพอคำ
พริกหยวก 3-4 ลูก
หอมใหญ่ 1/2 หัว หั่นบางๆ 
กระเทียม 1 กลีบหั่นบางๆ 
ชิง 1/2 แว่น
มิโซะ (จริงๆ ต้นฉบับใช้เต้าเจี้ยวนะคะ) 1/2 ช้อนชา
โชยุ สาเก มิริน อย่างละ 1/2 ช้อนโต๊ะ
เท็นเม็นจัน 1 ช้อนโต๊ะ
นํ้าตาล 1/3 ช้อนชา
เกลือ พริกไทยนิดหน่อย
นํ้ามัน 1 ช้อนโต๊ะ สำหรับผัด

วิธีทำ
1. ตั้งกระทะใส่นํ้ามัน ใส่กระเทียมกับขิงลงไปผัด
2. ใส่หมูลงผัดพอสุก เสร็จแล้วตามด้วยกุ้ง
3. ใส่ผัดลงไปใส่เครื่องปรุงทุกอย่าง ผัดเร็วๆ 




Thursday, March 23, 2017

ราเมนข้อสอบ (Ichiran Ramen)

มาจัดแล้วนะคะกับ Ichiran Ramen หรือราเมนข้อสอบชวัญใจมหาชน ตอนแรกได้ยินชื่อราเมนข้อสอบ ก็มโนเอาว่าคงเกี่ยวข้องกับ Yushima Tenjin ศาลเจ้าชื่อดังแห่งย่าน Ueno ที่อยู่ในละแวกเดียวกัน ซึ่งนอกจากจะโด่งดังด้านเทศกาลชมดอกบ๊วยแล้ว ยังเป็นศาลที่เหล่านักเรียนญี่ปุ่นมาขอพรขอให้ประสบความสำเร็จในด้านการศึกษา (ไปส่องเด็กนักเรียน ม..ปลายกันได้นะคะ) แต่จริงๆ ไม่เกี่ยวเลยแม้แต่น้อย


ชื่อราเมนข้อสอบ เป็นชื่อที่นักท่องเที่ยวคนไทยตั้งขึ้น เพราะก่อนสั่งจะมีกระดาษคำสั่งให้ลูกค้าเลือกความเข้มข้นของซุป ระดับความเผ็ด ปริมาณกระเทียม ต้นหอม ต่างต่างนานา  และที่นั่งจะเป็นคอกกั้นเหมือนนั่งทำข้อสอบ ไม่เกี่ยวกับศาลเจ้าดังกล่าวแต่อย่างใด

การเลือกระดับความเข้มขันของซุปได้ต๊ะว่ามันโอเคเลยสำหรับราเมนนั้าซุปกระดูกหมูมากเพราะจากประสบการณ์ที่ชิมมาหลายครั้งต้องเหลือซุป เนื่องจากเค็มบ้าง มันไปบ้าง แต่พอเลือกทุกอย่างได้เอง มันก็กินได้ง่ายกว่าเดิมเยอะ ส่วนซอสเผ็ดก็ไม่เหมือนร้านอื่่น เพราะเผ็ดนำ อาจจะมีเค็มบ้างแต่น้อย แต่ไม่มีความมัน จึงสั่งระดับความเผ็ดได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องห่วงว่าซุปจะมันเยิ้ม ใครที่ไม่ถนัดราเมนนํ้าซุปมันๆ เลือกระด้บกลางไว้นะคะ

ส่วนเมนูในร้านจัดว่าน้อยมากถ้าเทียบกับราเมนทั่วๆ ไป มีแค่ทงคตสึ แล้วก็ท้อปปิ้ง ไม่มีเกี๊ยวซ่า ไม่มีข้าวผัด ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลทางด้านการตลาดมากกว่าอย่างอื่น เพราะจริงๆ ทั้งข้าวผัดและเกี๊ยวซ่าถือเป็นเมนูมาตรฐาน ทำง่ายเสิร์ฟเร็ว แต่ทางร้านก็เลือกที่จะให้ลูกค้าจดจำว่าเป็นร้านราเมนนํ้าซุปกระดูกหมู

ต๊ะแคล้วคลาดจากราเมนข้อสอบมา 2 ครั้ง ครั้งแรกไปกับเพื่อนที่ทำงานเก่า ครั้งนั้นจะบอกตรงว่ายังไม่รูู้จักค่ะ ไปเล็งที่ป้ายทางออกก็ไม่เห็น คือร้านราเมนมันก็ไม่เส้นใหญ่ขนาดนั้นเนอะ รอบ 2 มากับญาติ คราวนี้ฉลาดขึ้นถามเจ้าหน้าที่ JR โอเคมาถูก แต่ก็ไม่ได้กิน เพราะคิวเยอะมาก ส่วนตัวต๊ะชินแต่พอดีมีหลานก็เลยไม่อยากรอสงสารเด็ก

สมหวังในรอบ 3 กับเพื่อน ต๊ะว่าอร่อยนะ ไม่เค็ม ซอสเผ็ดก็แซ่บไม่เหมือนใคร ต๊ะจัดระดับ 7 ใครสนใจลอกข้อสอบได้นะคะ ปล. ร้านนี้คนไทยเยอะมาก ระวังเจอเพื่อนโดยไม่ได้นัดหมาย ใครที่ลาป่วยมาเที่ยวระวังไว้ให้ดีนะคะ

สนใจราเมนข้อสอบตามรอยได้นะคะ สาขาอุเอโนะ อยู่ด้านข้างสถานี JR นะคะ ถ้ามาสัก 11 โมง (วันธรรมดา) ก็เช้าได้เลยไม่มีคิวค่ะ