• Kiyosumi Gardens

    A Japanese style garden located in east side of Tokyo. It has very famous collections of Japanese stones.

  • Yanaka

    A Beauty in Everyday Life awaiting You.

  • Easy Miso Ramen

    Quick and delicious homemade miso ramen recipe.

Monday, February 19, 2018

โอนิกิริย่างมิโซะ (Yaki Miso Onigiri)

เมนูวันนี้ค่อนข้างจะเบสิคนะคะ แต่รับประกันความอร่อยเหมือนเดิม ข้าวปั้นย่างมิโซะเมนูแสนอร่อยจากข้าวค่า  

ช่วงนี้อากาศเริ่มอุ่นขึ้นอยากที่บอกนะคะ ดอกไม้เริ่มทะยอยบาน ช่วงนี้เป็นเวลาของดอกบ๊วยและดอกนาร์ซีซัส ถ้าวันไหนพอมีเวลาต๊ะจะเริ่มออกไปเดินเล่นบ้าง ออกกำลังกายนิด ได้เห็นโน่นเห็นนี่ให้ผ่อนคลายสบายใจ จะได้คิดอะไรคล่องขึ้นนะคะ

มาพูดถึงเมนูวันนี้ดีกว่านะคะ โอนิกิริเป็นเมนูที่ต๊ะทำค่อนข้างจะบ่อย ทั้งทำใส่เบนโตะ เสิร์ฟแทนข้าวสวยธรรมดา  หรือทำกินเล่นก็มีนะคะ โอนิกิริย่างเป็นอาหารที่เหมาะที่จะกินร้อนๆ แต่กระนั้นกินเย็นๆ ใส่เบนโตะก็ยังอร่อยค่ะ วันนี้ย่างแบบทามิโซะ ไม่มีอะไรยุ่งยากนอกจากหลังจากทามิโซะแล้วเราจะไม่ย่างนานเกินไปเพราะมิโซะไหม้ค่อนข้างง่ายนะคะ

เอาล่ะคะตามมาดูสูตรโอนิกิริย่างมิโซะ ที่ตีะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
ข้าวญี่ปุ่นดิบ 2 ถ้วยตวง

มิโซะ 2 ช้อนโต๊ะ
มิริน 2 ช้อนชา
สาเก 2 ช้อนชา
นํ้าตาล 2 ช้อนชา
นํ้าเปล่า 2 ช้อนชา

นํ้ามันนิดหน่อยสำหรับทากระทะ
งาขาวคั่วนิดหน่อย (ุถ้าชอบ)
วิธีทำ
1.หุงข้าวจนสุก พอสุกแล้วแบ่งเป็น 6 ส่วนเท่าๆ กัน แล้วปั้นเป็นรูปสามเหลี่ยม ใช้ cling film นะคะ ถ้าไม่คุ้นกับการจับข้าวร้อนๆ 

2. ผสมมิโซะ สาเก มิริน นํ้าตาลและนํ้าเปล่าในถ้วยเล็กๆ คนให้เข้ากัน นํ้าตาลละลายหมด
3. ทานํ้ามันเล็กน้อยในกระทะ เสร็จแล้วเอาข้าวลงไปจี่ให้ด้านนอกเหลืองนะคะ
4. ทาส่วนผสมของ 2 ลงบนข้าว ย่างต่อจนสีสวยดี ไม่ต้องพลิกบ่อยนะคะ ข้าวจะแตกเอา

ลองทำกันดูค่า

Friday, February 16, 2018

ซุปมันฝรั่งใส่ชิราตากิ (Potato Soup with Shirataki Noodles)


กลับมาเข้าครัวทำอาหารญี่ปุ่นกันอีกรอบนะคะ หายไปพักนึง สลับสับเปลี่ยนไปทำขนมอบกันบ้าง จริงๆ แล้วโพสต์นี้ตั้งใจว่าจะมาก่อนคุกกี้ชอร์ตเบรดนะคะ แต่พอดีผิดพลาดทางเทคนิคเล็กน้อย ทีแรกว่าจะลงไปก่อน แล้วค่อยเอารูปที่แก้แล้วมาลงใหม่ สุดท้ายก็เปลี่ยนใจเพราะตอนนี้มีกลุ่มคนอ่านแล้ว ถึงจะไม่มากมายนัก แต่ก็ไมใช่เขียนเอง อ่านเอง เหมือนตอนแรก แล้วเราก็ไม่รู้จริงๆ นะคะว่าใครจะมาอ่าน ทำให้ดีที่สุดไว้ก่อนดีกว่าแล้วกันนะคะ

ช่วงนี้อากาศอุ่นขึ้นมาหน่อย พลังบางส่วนของต๊ะกลับมาบ้าง หลายคนอาจจะนึกไม่ออกวว่าอากาศหนาวมันเกี่ยวอะไรกับพลัง ลองนึกตามนะคะวันไหนฝนตก อากาศเย็นสบาย เราก็นึกอยากนอนใต้ผ้าห่มนานๆ ไม่อยากออกไปไหน จริงไหมคะ เวลาที่อากาศหนาวจัดๆ จะหนักกว่าหน่อย เพราะกว่าเราจะงัดร่างออกมาจากที่นอนได้ก็ว่านานแล้ว พอเข้าประจำที่นั่งทำงาน เปิดฮีตเตอร์เข้า โอ้ย แทบไม่อยากลุกจากเก้าอี้เลย ช่วงนี้ถือว่าดีหน่อยไม่ค่อยจะต้องเปิดฮีตเตอร์แล้วนอกจากตอนนอน

เมนูวันนี้เป็นซุปมันฝรั่งไว้กินกับข้าว และอาหารจานหลักอื่นๆ อย่างปลาย่าง หรือไก่ทอด รสชาติจะอ่อนหน่อยถ้าเทียบกับซุปมันฝรั่งแบบไทยๆ ที่เราตักราดข้าวกินนะคะ

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรซุปมันฝรั่งใส่ชิราตากิ (Potato Soup with Shirataki Noodles) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
มันฝรั่ง 2 ลูก (120 กรัม) ปอกแล้วหั่นพอคำ
เนื้กหมูสไลซ์บางหั่นเป็นชิ้นพอคำ 60 กรัม
ต้นหอมญี่ปุ่น 1/2 ต้น หั่นประมาณ 2 ซม.
เส้นชิราตากิ 100 กรัม
นํ้าเปล่า 400 มล.
โชยุ 1..5 ช้อนโตีะ
สาเก 1 ช้อนโต๊ะ
มิริน 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1.ต้มมันฝรั่งให้สุก แล้วตักพักไว้ นํ้าทิ้งไปค่ะ
2. ใส้นํ้าเปล่าในหม้อ ใส่หมูลงไป ตามด้วยต้นหอม
3. พอต้นหอมสุก หมูสุก ใส่มันฝรั่งแล้วตามด้วยเส้นชิราตากิ
4. ปุรงรสด้วยสาเก โชยุ มิริน

ลองทำกันดูนะคะ




Thursday, February 15, 2018

คุกกี้ชอร์ตเบรดแบบคลาสสิค (Classic Scottish Shortbread)


ต๊ะเป็นคนชอบคุกกี้มากกว่าขนมปังหรือเค้ก เพราะทำง่ายกว่าเป็นส่วนมาก เก็บง่ายแค่เอาใส่ขวดหรือใส่กล่องปิดฝา จะไม่แช่เย็นก็ยังเก็บได้หลายวัน เวลากินก็ง่ายใช้มือหยิบ (แฮ่ๆ มีซกมกนิดนึง) จานไม่ต้อง เรียกว่าทำเสร็จปิดจ๊อบได้เลย คุกกี้มีหลายแบบต๊ะชอบเกือบทุกอย่างนะ แต่ที่ชอบเป็นพืเศษคือคุกกี้เนยแบบเนื้อแน่นสักหน่อย ไม่ใส่ผงฟู  หอมเนยมากๆ ซึ่งทุกคนในบ้านก็ชอบเหมือนกัน

วันนี้ต๊ะทำคุกกี้ชอร์ตเบรดมานำเสนอ ปกติแล้วต๊ะมักจะซื้อนะคะ เพราะคุกกี้แบบนี้ใช้เนยเยอะ ถ้าใช้เนยที่ดีหน่อยก็จะแพงกว่าคุกกี้ที่ซื้อเค้าอีกนะคะ แต่เอาเป็นว่าทำเองก็แน่นอนว่าดีต่อสุขภาพมากกว่า และช่วงนี้ต๊ะเริ่มชินกับเตาอบมากขึ้น อบได้สีสวย และได้ texture แบบที่ชอบเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วล่ะค่ะ 

ขนมวันนี้ส่วนผสมน้อยมาก มี 3 อย่าง เนย นํ้าตาลไอซิ่ง แป้งสาลีอเนกประสงค์ ง่ายสุุดๆ แต่ความอร่อยก็ท้าให้ลองเหมือนเคยนะคะ

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรคุกกี้ชอร์ตเบรดแบบคลาสสิค (Classic Scottish Shortbread) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
เนย 200 กรัม
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 2 ถ้วยตวง
นํ้าตาลไอซิ่ง 1/2 ถ้วยตวง
แป้งสาลีเล็กน้อยสำหรับทำแป้งนวลนะคะ

วิธีทำ
1. เอาเนยออกจากตู้เย็น หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตีกับนํ้าตาลไอซิ่งพอเข้ากัน

2. ค่อยๆ ใส่แป้งลงไป ผสมให้เข้ากันนะคะ ตอนนี้ต๊ะใช้มือค่ะ สวมถุงมือแล้วก็ขยำๆ ทำไปเรื่อยๆ ไม่กี่น่าทีก็จะได้แป้งที่รวบได้เป็นก้อนแบบนี้ค่ะ เสร็จแล้วเอาแช่เย็นในช่องธรรมดาประมาณ 20 นาทีค่ะ
3. เสร็จแล้วเอาแป้งออกมา ทิ้งให้คลายตัวสักครู่นะคะ โรยแป้งนวลให้ทั่ว ใช้ rolling pin คลึงแป้งให้หนาประมาณ 3-4 มล. นะคะ เสร็จแล้วใช้พิมพ์กดค่ะ

4. เอาไปใส่ในช่องแข็งก่อนอบสัก 10-15 นาทีนะคะ
5. อุ่นเตาอบที่ 170 องศา เสร็จแล้วอบประมาณ 14 -15 นาทีนะคะ
ลองทำกันดูนะคะ

Saturday, February 10, 2018

เค้กวาเลนไทน์ (Valentine's Cake)

อ่านไม่ผิดค่ะันนี้ต๊ะจะมาชนทำเค้กวาเลนไทน์จริงๆ เท่าที่ผ่านมาต๊ะไม่ค่อยจะทำอาหาร ทำขนมตามเทศกาลสักเท่าไหร่ แต่ไม่ได้แอนตี้อะไรนะคะ ก็แค่ไม่ได้ทำ ทำไม่ทันบ้าง ซื้อบ้าง หรือไม่ได้ฉลองอะไรบ้างก็มี ช่วงนี้พอมีเวลาเลยเอาสูตรเค้กสำหรับเทสกาลวานเลนไทน์มาฝากกัน  เนื่องจากเป็นมือใหม่หัดหวานจึงไม่มีอะไรมากนอกจากช็อคโกแลตรูปหัวใจ ที่ซื้อมาอีกต่างหาก 

แต่อ่ยาพึ่งกดปิดหน้านี้นะคะ ถึงเค้กก้อนนี้จะเป็นสปันจ์เค้กหน้าตาแสนธรรมดา แต่่วิธีทำไม่เหมือนสูตรอื่นนะคะ สูตรนี้แยกไข่ขาว ไข่แดง เค้กขึ้นฟูด้วยการตีไข่ขาว ไม่ใส่ผงฟู ไม่ใส่สารเสริม ก็ได้เนื้อเค้กเนียน นุ่ม เบา อร่อยถูกใจ ถึงจะไม่เคยทำขนมมาก่อนก็ทำได้ไม่มีพลาด ต่างจากสูตรที่ไม่แยกไข่ แล้วไปตีไข่ใน double boiler มันจะให้ผลไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ อันนี้พูดจากประสบการณ์ของตัวเองนะคะ ถ้าโปรด้านนี้สปันจ์เค้กไม่ถือว่ายาก 

เคล็ดลับมีไม่มากนะคะ ส่วนผสมทุกอย่างขอให้สดใหม่ โดยเฉพาะไข่ ถ้าเป็นแบบออแกนิคส์ได้จะดีมาก เค้กจะนุ่มเนียนเป็นพิเศษเลยทีเดียว ครีมที่ใช้แต่งหน้าตีให้ตั้งยอดกลางๆ จะปาดง่าย ของต๊ะเองถือว่าตีเยอะไป ปาดแล้วไม่เนียนนะคะ คราวหน้าจะใช้เที่ตีไช่ธรรมดา ใช้เครื่องตีีมันเร็วกะลำบาก (เวลาพลาดต้องโทษอุปกรณ์)

ครีมแต่งหน้าต๊ะใช้วิปครีมนะคะ ไม่ชอบ butter cream เท่าไหร่แม้จะปาดได้ง่ายกวา 

เอาล่ะค่ะตามมาดุสูตรเค้กวาเลนไทน์ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
เนย 25 กรัม
นมสด 40 มล.
นํ้าตาลทราย 65 กรัม
แป้งเค้ก 60 กรัม
แป้งข้าวโพด 10 กรัม
ไข่ไก่ขนาดใหญ่ 2 ฟอง แยกไข่แดง ไข่ขาว

สำหรับแต่งหน้า
whipping cream 200 มล. ตีกับนํ้าตาล 20 กรัม
สตรอว์เบอร์รี่สด 1 แพค

วิธีทำ
1.ร่อนแป้งเค้กกับแป้งข้าวโพดรวมกัน พักไว้
2. ตีไข่ขาวที่เย็นจัดกับนํ้าตาลทรายจนตั้งยอด ใส่ไข่แดงตีผสมให้เข้ากัน


 3. ใส่แป้งที่ร่อนไว้ แบ่งใส่สัก 3-4 ครั้ง
4. ละลายเนยกับนมในไมโครเวฟ 600 วัตต์ 30 วินาที
5. ตัก batter .ใส่่ส่วนผสมเนยกับนม แล้วผสมให้เข้ากันก่อน แล้วค่อยเทลงไปใน batter นะคะ ถ้าใส่เนยลงไปเลย ส่วนผสมจะแยกกัน กว่าจะผสมให้เป็นเนืื้อเดียวกันได้ เค้กอาจจะเหนียวนะคะ
6. ทาเนยให้ทั่วพิมพ์แล้ววางกระดาษไข ใส่ส่วนผสมลงไป เคาะพิมพ์แรงๆ นะคะ ไล่ลมและฟองอากาศ เค้กจะได้เนียนๆ ไม่ยุบ
7. อุ่นเตาอบที่ 180 องศา อบเค้ก 20-25 นาทีจนสุก เคาะพพิมพ์แรงๆ 1 ครั้ง เอาออกจากพิมพ์ทิ้งให้เย็นบนตะแกรง รอให้เย็นสนิทค่อยแต่งเค้กนะคะ
 8.ตีวิปปิ้งครีมเย็นจัดกับนํ้าตาล แต่งเค้กตามชอบค่ะ

ลองทำกันดูนะคะ

Monday, February 5, 2018

กิมจิหม้อไฟ (Kimchi Hot Pot)

ช่วงนี้ก็ปลายหนาวแล้วนะคะ อากาศมีเริ่มๆ จะอุ่นขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังหนาวเป็นส่วนมาก ต๊ะก็ยังมีทำหม้อไฟ ทำซุปร้อนๆ บ้าง เพื่อให้ร่างกายรู้สึกอบอุ่่นมากขึ้น แต่ถ้าติดตามกันมาสักพักจะรู้ว่าต๊ะไม่ค่อยจะกินอะไรตามฤดูกาลแบบเป๊ะๆ หนาวๆ แต่ถ้าอยากกินบะหมี่เย็น อยากกินไอติมก็กิน โชคเดีที่ซซาดาโอะก็เป็นคนประมาณนี้เหมือนกัน เลยไม่ค่อยมีปัญหา (ในเรื่องนี้)

หม้อไฟวันนี้ดูจะพิเศษกว่าปกติเพราะเราใส่กิมจิกันค่ะ กิมจิไม่เพียงมีรสเผ็ด และอร่อย แต่ยังมีความร้อนจากกระเทียมและพริก ขนาดว่ากิมจิในญี่ปุ่นเป็นเวอร์ชั่นถนอมปาก ถนอมคอแล้วนะ เวลากินหน้าหนาวจะสัมผัสไดุ่้ถึงความร้อน และมันจะยิ่งชัดเจนมากถ้าเป็นหม้อไฟ ได้ยินอย่างนี้แล้วคนที่อยู่เมืองไทยอาจลังเลใจ กลัวความร้อนจะยิ่งทวีคุูณ โอเคไม่เป็นไรค่ะ เราเปิดแอร์เอา

ส่วนผสมอื่นๆ นอกจากกิมจิ ก็มีโคชูจัง (ถ้าอ่านผิด ขออภัยนะคะ) ซอสพริกเกาหลี ซึ่งต๊ะมีติดบ้านตลอดเพราะชอบกินอาหารเกาหลี ชอบทำด้วย สำหรับคนที่ไม่ทำอาหารเกาหลีก็ซื้อเถอะค่ะ มันอร่อยดีนะ เอาไว้ใส่ผัดผัก หรือเติมความแซ่บในมาม่าก็ได้ รับรองไม่มีเสียดายเงิน หรือใครจะลองทำแบบโฮมเมดก็ได้นะคะ ในเน็ทมีสูตรเยอะเลย

นอกจากโคชฺูจังต๊ะก็ใส่หมู เต้าหู้ หอยตลับ และผักต่างๆ ตรงนี้ดัดแปลงได้นะคะ แต่ต๊ะอยากให้มีหมูไว้ และถ้าไม่ชอบหอยจะใส่อาหารทะเลอย่างอื่น เช่น กุ้ง ปู หรือปลาทะเลก็ได้ค่ะ นํ้าซุปจะมีรสชาติที่ลงตัว จะทำตามเป๊ะหรือดัดแปลงบ้างนิดๆ ก็ไม่เป็นไรค่ะ นอกจากรสจากหมูและหหอยตลับแล้ว วันนี้ต๊ะใช้ Chinese Chicken Bouillon Powder  ด้วยนะคะ ปกติมิติดครัวกันไหมคะ ต๊ะมี (อีกแล้ว) เพราะทำอาหารจินบ่อย ถ้าไม่มีและไม่อยากซื้อหาลองคนอร์รสไก่ก็ได้ค่ะ ไม่เป๊ะปังแต่ก็พอแทนกันได้

เอาล่ะค่ะ ตามมาดูสูตรกิมจิหม้อไฟ (Kimchi Hot Pot) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า

ส่วนผสม
หมูบางๆ 200 กรัม (บางประมาณเท่ากับ
หอยตลับ 5-6 ตัว (ตัวใหญ่ก็ดี แต่ขนาดกลางๆ ก็พอนะคะสำหรับการต้ม)
เต้าหู้แยยแข็งหน่อย 1 ก้อน หั่นค่ะ
ต้นหอมญี่ปุ่น 1 ต้น
เห็ดไมตาเกะ 100 กรัม
ผักปวยเล้ง 1 กำ
ผักกาดขาว 1/6 หัว 
นํ้าเปล่า 600 มล.
Chinese Chicken Bouillon Powder 1 ช้อนโต๊ะ
โคชูจัง 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมจีน 1 กลีบ หั่นบางๆ 
ขิง 1 แว่น
กิมจิผักกาดขาว 100 กรัม

วิธีทำ
1. ใ่สนํ้าลงในหม้อ ตามด้วยกระเทียใ ขิง และโคชูจัง คนๆ ให้เข้ากัน
2. พอนํ้าเดือดใส่เนื้อสัตว์และผักที่สุกยากลงไปต้มๆ ตามด้วยเต้าหู้ พอเนื้อสัตว์และผักสุกค่อยใส่กิมจิไป เพราะถ้าใส่ก่อนมันจะเละได้นะคะ เพราะผักกาดขาวกลายสภาพเป็นกิมจิแล้วเนีย สถาพมันจะประมาณนึง โดนนํ้าร้อนๆ นานๆ มันจะเปื่อย ไม่อร่อย

ลองทำกันดูนะคะ




Friday, January 26, 2018

บราวนี่มัฟฟิ่น (Brownie Muffins)

สลับสับเปลี่ยนมาทำขนมกันบ้างนะคะ ถ้าใครติดตามกันมาสักพักจะรู้ว่าขนมอบที่นำเสนอใน blog นี้จะเป็นเมนูง่ายๆ ไม่ค่อยมีอะไรเว่อร์วัง สวยงามวิจิตรมานำเสนอเท่าไหร่ เพราะคนเขียนก็ทำไม่เป็นเหมือนกัน ต๊ะงมาทำขนมจริงจังก็ 2-3 ปีมานี่เอง และก็ไม่ได้ทำบ่อยเท่าไหร่นัก ทักษะในด้านนี้ก็ยังไม่ไปไหนไกล แต่ก็อยากเอาประสบการณ์มาแชร์ เพราะจริงๆ ตอนที่เริิ่มเขียน blog ก็ไม่ได้เขียนเพราะคิดว่าตัวเองทำอาหารเก่ง แต่คิดว่าการเขียน blog การจด การปรับปรุงสูตร ลองผิดลองถูก แล้วแชร์ใน blog ทำให้ต๊ะทำขนมได้ดีขึ้น

วันนี้จะมาชวนทำบราวนีมัฟฟิิ่น เป็นบราวนี่ที่เนื้อร่อนๆ เหมือนเค้กไม่หนึบเหนียวเหมือนคลาสสิคบราวนี่ ไม่รู้ว่าจะมีใครชอบเหมือบต๊ะกับครอบครัวไหม คือชอบบราวนี่แบบเนื้อฟูๆ ซุยๆ เหมือนเค้กมากกว่า  แบบที่หนึบๆ เนื้อแน่นๆ มีความรู้สึกฝืดคอ แต่ก็ไม่แน่วันนึงอาจจะนึกอร่อย และเปลี่ยนใจขึ้นมาก็ได้นะคะ เพราะจะว่าไปมีอาหารหลายอย่างเหมือนกันนะที่ต๊ะก็เคยไม่ชอบมาก่อน แต่กลับลำ ทำกินบ่อย

เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรบราวนี่มัฟฟิ่น (Brownie Muffins) ที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า  

ส่วนผสม
ไข่ไก่ 2 ฟอง
นํ้าตาลทรายไม่ขัดสี 90 กรัม
เนยละลาย 125 กรัม
นม 250 มล.
วนิลา 1/2 ช้อนชา
แป้งสาลี (แป้งเค้ก) 225 กรัม
โกโก้ผง 50 กรัม
ผงฟู (baking powder) 1 ช้อนชา
milk chocolate chip 25 กรัม

วิธีทำ
1. ตีไข่กับนํ้าตาลจนฟูเบา และไข่สีซีดลง งานนี้ใช้ตะกร้อมือก็พอค่ะ นํ้าตาลอาจจะละลายไม่หมด ไม่เป็นไรค่ะ จะละลายหมดตอบอบเอง


 2. เติมเนยละลายลงไปค่ะ ตามด้วยวนิลา
3. ร่อนแป้งกับผงฟู และโกโก้ รวมกันพักไว้
4. ใส่ส่วนผสมในข้อ 3 สลับกับนม คนให้เข้ากัน
5..ใส่ช็อคโกแลตชิพลงไป
6. อุ่นเตาอบที่ 170 องศา ตักขนมใส่ถ้วยแล้วอบปรุมาณ 20 นาที หรือจนสุก บราวนี่มัฟฟินจะไม่ได้ฟูหรือหน้าแตกสวยงามเหมือนมัฟฟินทั่วไปนะคะ มันจะปูดๆ นูนๆ นิดเดียว อย่าอบนานเกินไปนะคะ

ลองทำกันดูนะคะ