Monday, February 13, 2012

Bali:Culinary Adventures II

และแล้วก็เดินทางมาถึงภาคจบของทริปบาหลี หลังจากโม้เรื่อง เที่ยวและกินจบไปแล้วหนึ่งภาค ก็มาต่อกันด้วยเรื่องกินดื่มกันต่อดีกว่านะคะ อาหารบาหลีที่เราจะพูดถึงวันนี้เป็นอาหารข้างทางซะส่วนมาก ซึ่งเราพิจารณาบวกเดาว่าคนบาหลีเค้ากินกันแบบนี้ล่ะ 

มาถึงร้านแรกเป็นร้านข้างทางอยู่หลังหาดคุต้า (Kuta) ถึงจะข้างถนนแต่ก็ไม่ได้โลโซซะทีเดียว ร้านค่อนข้างสะอาด พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใสมาก แต่ว่าอาหารรอนานเป็น 40 นาทีเชียว อยู่ไปอยู่ไปถึงรู้ว่านานแบบนี้ทุกร้านนั่นแหละ เฮ้อ


มาพูดถึงอาหารกันดีกว่าค่ะ ที่บาหลีนี้จะสั่งเนื้อ หมู ไก่ อาหารทะเล อะไร ราคาก็พอกัน ต๊ะเลยสั่งปูเนื้อผัดนํ้ามันหอย เนื้อปูสดแน่นมาก แต่ขนาดเล็กมากเปรียบเทียบกับที่แกะปูแล้ว เฮ้ย จะใช้ยังไงเนี่ย ผัดปูจานนี้นํ้าเจิ่งมาก รสชาติคล้ายผัดผักแบบจีนแบบเวอร์ชั่นนํ้ามันน้อย


จานที่สองเป็นสะเต๊ะไก่ของซาดาโอะ สะเต๊ะไก่ที่อินโดใช้นํ้าจิ้มคนละแบบกับบ้านเรา ชนิดที่ว่าเป็นคนละเรื่องเลยเชียว นํ้าจิ้มมีรสหวานจากซี้อิ้วหวาน (Kecap Manis) หอมเครื่องเทศ ใส่ถั่วลิสงด้วยแต่ไม่ใช่รสนำ ค่ะ เวลาเสริ์ฟราดซอสมาเลยอย่างที่เห็นนี่ล่ะค่ะ
  มาถึงมื้อเย็นยังอยู่ที่ถนนหลังหาดเหมือนเดิมค่ะ แน่นอนว่าจะต้องเป็นมื้อหนักอาหารทะเล (ขอหน่อยนะ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นยากที่โตเกียว ) เราเลือกร้านอาหารทะเลแบบฮาลาล (มุสลิม) ค่ะ มาดูหน้าร้านกันดีกว่าค่ะ หน้าร้านมีตู้ปลา กุ้งเป็น แบบนี้อาหารต้องสดอร่อยแน่เลย
บรรยากาศภายในร้านลูกทุ่งนิดๆ (หรือไม่นิด)ร้านทากำแพงสีเขียว ใช้ไฟนีออนหลอดอ้วน ส่องลงมาทีโต๊ะอาหารตรงๆ โต๊ะเป็นไม้เรียบๆ ในร้านไม่ได้ตกแต่งสวยงามอะไร มีคนบาหลีมานั่งกินอาหารกันเป็นกลุ่มใหญ่ สำรวจจนทั่วนักท่องเที่ยวเท่าที่เห็นมีแต่พวกเรานี่แหละ

หลังจาก 40 นาทีผ่านไป อาหารก็ออกมาแล้ว หน้าตาเป็นแบบนี้ค่ะ
จานแรกบนสุดเป็นปลาทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน ซอสทำจากซีอิ้วหวาน ได้รสเปรี้ยวจากนํ้ามะขาม รสชาติไม่เข้มข้นเท่ากับกินที่ไทย ใส่เครื่องเทศน้อยไป เลยได้กลิ่นคาวปลานิดหน่อย

จาน(ถ้วย)ต่อมาเป็นแกง เห็นหน้าตาแบบนี้จะลองทายดูเล่นๆ ไหมว่าคืออะไร แกงสีส้มหน้าตาเหมือนแกงส้มกุ้งบ้านเรานิดๆ แต่ว่ารสชาติเหมือนต้มส้มมากกว่า ใส่เครื่องเทศสารพัดสารพัน ทั้งตะไคร้ หอมแดง หอมใหญ่  มะเขือเทศ แต่รสเด่นสุดคือขิง ใส่เห็ดแชมปิญองมาด้วย งงแท้ มันคือ ต้มยำโป๊ะแตกค่ะ ถึงจะไม่มีตรงไหนเหมือนต้นตำรับ แต่มันก็อร่อยนะ อร่อยแบบเพี้ยนๆ นี่ล่ะ 

จานต่อมาเป็นหอยจ๊อไก่ค่ะ ทางร้านใช้ชื่่อภาษาอังกฤษว่า Chicken Dumpling เนื้อไก่สับปรุงรสแล้วห่อด้วยหนังไก่ เอิ้ก.. ทอดจนกรอบ ไม่อมนํ้ามัน ชอบนะ

จานต่อมาเป็นกุ้งผัดพริกค่ะ กุ้งแม่นํ้า(ล่ะมั้ง) ผัดกับนํ้ามันหอย กระเทียม หอมใหญ่ ถึงจะได้ชื่อว่าใส่พริกแต่ไม่มีความเผ็ดเลยแม้แต่น้อย 

จานสุดท้ายเป็นก๋วยเตี๋ยวผัดชื่อ Char Kway Teow อาหารจานนี้ต๊ะกินบ่อย ตอนอยู่มาเลย์ชอบ วันนี้ขอลองเวอร์ชั่นบาหลีดูบ้างค่ะ เวอร์ชั่นบาหลีนี้ไม่มีความหยาดเยิ้มเท่า เพราะไม่ได้ใส่นํ้ามันหมูนั่นเอง แล้วไม่ได้ใส่หอยแครง มีสีเขียวจากผักเยอะกว่า ไม่มีรสเผ็ดจากพริกแห้ง ชอบแบบมาเลย์มากกว่า แต่ของบาหลีก็ผัดอร่อยนะ 

มื้อกลางวันวันต่อมาวันนี้ขอไปกินข้าวแกงบาหลีบ้างนะคะ ข้าวแกงวันนี้อยู่หลังหาดก็นั่นล่ะนะ ร้านฮิตพอสมควร คนทำงานหลายคนมานั่ง อาหารตามสั่งข้าวผัด ก๋วยเตี๋ยวผัดก็มี แต่ไม่สั่งกินข้าวแกงอย่างที่บอก หน้าตาแบบนี้เลย 
ข้าวแกงกะหรี่กับไข่เจียว ของซาดาโอะเป็นบะหมี่ผัด เส้นแข็งหน่อย แต่รสชาติก็ใช้ได้ ซาดาโอะสั่งอะโวคาโดปั่นมากินด้วย ซาดาโอะชอบมาก แต่ต๊ะไม่ค่อย รู้สึกข้น กลืนยาก เหมือนกลืนแป้งเวลาตรวจสุขภาพเลย 

ต่อกันด้วยขนมดีกว่า เราไปนั่งรอสั่ง Martabak กับ  Tarang Bulan ซึ่งก็คือมะตะบะ กับ ขนมที่ขอเรียกว่าแพนเค้กแบบอินโดแล้วกัน ร้านนี้ถือเป็นร้านตำนานแห่งบาหลี ลูกค้ามาเข้าคิวรอสั่งคนละเป็น 10 กล่อง มีบริการส่งที่บ้านด้วย มาดูลีลาพ่อค้ากันหน่อยดีกว่า พ่อค้าทำออร์เดอร์มือเป็นระวิงตลอดเวลาที่เรานั่งรอ แต่ถึงยังไงก็ต้องรอนานมาก เพราะลูกค้าเยอะจริง 


ทางซ้ายมือคือมะตะบะค่ะ ร้านนี้ทอดจนกรอบมาก ใช้นํ้ามันเยอะสุดๆ ไส้ข้างในเป็นต้นหอมญี่ปุ่นอย่างเดียว อร่อยมาก กินเย็นๆ ก็ยังอร่อย ส่วนด้านขวาคือแพนเค้กค่ะ เป็นแผ่นใหญ่มาก อันนี้นํ้ามันน้อย แต่ใส่เนยเป็นทัพพี ใส่ไส้สารพัดทั้งช็อคโกแลต ทั้งมะพร้าว และงา หอมเนย หวานฉํ่ามาก ใครไม่กลัวอ้วนแนะนำเลย 

ปิดท้ายกันด้วยของฝากจากบาหลีกัน ของจากบาหลีหลายอย่างหน้าตาคล้ายของไทย (ทางภาคใต้) มีของอย่างเดียวที่ต๊ะสนใจนั่นคือ Kopi Luwak (Luwak Coffee) หรือกาแฟขี้ชะมด กาแฟที่ได้ชื่อว่าเป็นกาแฟที่แพงที่สุดในโลก 

กาแฟนี้เป็นกาแฟที่ผลิตจากมูลของชะมดที่กินเมล็ดกาแฟเข้าไป เนื่องจากชะมดคงไม่เคี้ยว หรือเมล็ดกาแฟจะแข็งเกินก็ไม่ทราบได้ กาแฟที่ออกมาจะยังเป็นเม็ดอยู่ แต่นํ้าย่อยจะทำให้กาแฟมีรสชาติอร่อยยิ่งขึ้น หอมและไม่มีรสเปรี้ยวฝาด ต๊ะไม่ใช่คอกาแฟตอบไม่ได้ว่าคุ้มค่าสมราคารึเปล่า แต่ถ้ามาบาหลีต๊ะว่าลองซื้อไปดื่มเป็นประสบการณ์ก็ดีนะ  
More Bali Stories:

0 comments:

Post a Comment