Monday, June 17, 2013

เต้าหู้ต้มซีอิ้ว (Koya Dofu こうや 豆腐)


ตอนที่ตั้งชื่อเมนูนี้ว่าเต้าหู้ต้มซีอิ้วเนี่ยต๊ะก็ขำตัวเองเหมือนกันนะ หนึ่งคือมันเป็นชื่อที่สร้างสรรค์มาก ไม่ซํ้าใครเล้ย สองเต้าหู้เนี่ยถ้าเอาไปต้ม ที่ญี่ปุ่นร้อยทั้งร้อยใส่ซีอิ้วหมด ถ้ามีสูตรเต้าหู้อื่นๆ อีก จะต้องตั้งเป็นต้มซีอิ้วสูตร 1 สูตร 2 สูตร 3 รึเปล่าก็ยังไม่แน่ใจ 

ตามที่ต๊ะเคยบอกไว้แล้วว่าตอนนี้ต๊ะบริหารเวลาในครัวได้ดีขึ้นมากโขเทียบกับตอนย้ายมาโตเกียวใหม่ๆ  นอกจากอาหารจานหลักแล้วต๊ะก็ขยันทำ side dish กับผักดอง (Tsukemono) เป็นว่าเล่น และต๊ะก็เชื่อว่าเมื่อคุณๆ คุ้นกับอาหารญีปุ่น และทำอาหารญี่ปุ่นไประยะหนึ่งจะต้องอยากทำ side dish เหมือนกับต๊ะแน่ๆ 


พูดถึงเมนูวันนี้ดีกว่าโคยะ โดฟู (Koya Dofu) เป็นเต้าหู้ที่นำมาตากหลายวันจนแห้งสนิท ที่ซุปเปอร์มาเก็ตในโตเกียวจะแพ็คใส่ซองพลาสติกขายรวมกับอาหารแห้ง เวลายกขึ้นมาจะรู้เลยว่ามันเบาจนแทบไม่รู้สึกว่าถืออะไรอยู่ ตอนย้ายมาโตเกียวใหม่ๆ ต๊ะเคยหลงคิดว่าเป็นสบู่ หรือหินขัดเท้าไปโน่น แต่ยังโชคดีที่ไม่ได้ลองซื้อมา เพราะนึกสงสัยอยู่ว่าเค้าเอาของแบบนี้มาวางขายกับอาหารทำไม ขืนซื้อมาแล้วเอาไปวางในห้องนํ้า ซาดาโอะได้มีเรื่องแซวต๊ะไปอีกหลายวัน 

โคยะ โดฟู เมื่อเอามาแช่นํ้า แล้วเอาไปต้มกับซีอิ้ว เนื้อเต้าหู้ที่แห้งๆ แข็งๆ จะเปลี่ยนเป็นนุ่ม หยุ่นๆ เหมือนฟองนํ้า สังเกตดูจะมีรูเล็กๆ อยู่ในเนื้อเต้าหู้ เวลากัดไปจะได้รสซีอิ้ว กับเครื่องปรุงอื่นๆ ทะลักออกมาแบบเต็มๆ เป็นเมนูที่ต๊ะชอบ แต่ก็ไม่ได้ทำบ่อย เพราะแช่แข็งเก็บไว้ใส่เบนโตะไม่ได้ เวลาทำต้องทำทีละนิด และกินให้หมดภายในวันสองวัน 

ระหว่างเตรียมอาหารหลัก เตรียมโคยะ โดฟุ ไว้เป็น side dish กันดีกว่านะคะ ตามมาดูสูตรเต้าหู้ต้มซีอิ้วที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิ ดีกว่า อร่อยน้า  

ส่วนผสม
โคยะ โดฟู 4 ชิ้น 
ดาชิ 600 มล.
โชยุ 3 ช้อนโต๊ะ 
สาเก 3 ช้อนโต๊ะ 
มิริน 3 ช้อนโต๊ะ 
นํ้าตาล 1/2 ช้อนชา 
แครอท และถั่วลันเตา 
วิธีทำ
1. แช่โคยะ โดฟุไว้ในนํ้าจนนิ่ม บีบนํ้าออก (บีบให้นํ้าออกมาให้เยอะที่สุดนะคะ ไม่ต้องกลัวเต้าหู้ขาดนะคะ) แล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ (ไม่ได้ถ่ายรูปทุกขั้นตอนนะคะ) 
2. ใส่ดาชิ สาเก มิริน โชยุ และนํ้าตาลลงไปในหม้อ ใส่เต้าหู้ในข้อ 1 ตามลงไป ต้มไฟ่อ่อนประมาณ 15 นาที จนนํ้าแห้งเกือบหมด 
3. ระหว่างนี้ลวกแครอท กับถั่วลันเตาไว้เลยค่ะ 
4. เสร็จแล้วจัดเต้าหู้ใส่จาน ตกแต่งด้วยแครอท กับถั่วลันเตาให้สวยงาม เสริ์ฟได้ค่ะ ลองทำกันดูนะคะ 

0 comments:

Post a Comment