Tuesday, October 22, 2013

Edo Tokyo Museum


ต๊ะเคยไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์เอโดะมาแล้วหลายครั้งในโตเกียว ก็ยังไม่รู้สึกเบื่อ หรืออิ่มตัวสักที หลายๆ ครั้งที่ไป (จริงๆ อาจจะทุกครั้ง) ก็ไม่ได้ไปเยี่ยมชมเพื่อการศึกษาหาความรู้เหมือนใครเค้า (แต่จริงๆ ก็ได้ความรู้กลับมาทุกทีนะ) ต๊ะไปแบบเน้นความบันเทิงล้วนๆ ต๊ะว่าพิพิธภัณฑ์ที่ญี่ปุ่นทั้งสวย และเดินสนุกดีค่ะ

วันนี้จะพาไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์เอโดะ โตเกียว ที่อยู่ติดกับสนามแข่งซูโม่ที่เรียวโกคุนั่นเอง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีขนาดใหญ่พอๆ กับตึก 5-6 ชั้น และมองเห็นได้ชัดจากสถานีรถไฟเรียวโกคุ ใหญ่โตขนาดที่ว่าถ้าเป็นช่วงที่มีแข่งซูโม่เจ้าหน้าที่ต้องเอาป้ายมาติดกันเลยว่าที่นี่ไม่ใช่สนามแข่งซูโม่ (นะจ๊ะ) เห็นจะเป็นเพราะมีนักท่องเที่ยวเดินหลงเข้ามาซื้อบัตรชมซุโม่กันบ่อยจนอธิบายไม่ไหวนั่นเอง


เอโดะเป็นยุคแห่งความรุ่งเรืองของญี่ปุ่น มีเหตุการณ์สำคัญหลายๆ อย่างเกิดขึ้นในช่วงนี้ ต๊ะไม่ขอลงลึกในรายละเอียดเพราะกลัวเขียนผิด ฉะนั้นในญี่ปุ่นจึงมีพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับยุคนี้หลายแห่ง ต๊ะเคยไปที่นี่และที่นี่ ใครยังไม่เคยเที่ยวพิพิธภัณฑ์เอโดะแนะนำที่นี่อีกแห่งนะคะ 

ภายในพิพิธภัณฑ์จะมีสิ่งก่อสร้าง บ้านเมือง ของใช้ ในยุคเอโดะ ทั้งแบบจำลอง และของเก่าจริง ให้ชมแบบว่าถ้าจะดูกันจริงๆ น่าจะใช้เวลาครึ่งวันเป็นอย่างน้อย ในส่วนที่เป็นแบบจำลองนั้น ต๊ะต้องขอชมว่างานเนี๊ยบหาที่ติยากมาก เก็บรายละเอียดได้ครบ แถมยังใส่ความไฮเทคแบบญี่ปุ่นลงไปด้วย อย่างร้านค้าทีเห็นด้านบนเนี่ยมีเวลาเปิด ปิด ประตูร้านด้วย 

งานข้างล่างนี้คนสูงแค่ปลายนิ้วก้อยเท่านั้นเอง 


     
นี่คือหน้าตาของเรือขนส่งสินค้า
นอกจากยุคเอโดะแล้ว แน่นอนว่าจะต้องม้บ้านเรือนในยุคเมจิ และภาพความโหดร้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย ต๊ะขอผ่านเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2 ไป สไตล์คนโลกสวย ฮ่าฮ่า มาดูบ้านเรือนสมัยเมจิกันดีกว่าค่ะ มาถึงช่วงนี้ญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลจากตะวันตกแล้วค่ะ สังเกตได้จากบ้านเรือน

โรงภาพยนตร์ก็มีค่ะ มีตัวอย่างหนังสมัยนั้นให้ดูด้วย

ส่วนของที่จับต้องได้ก็มีค่ะ แม้จะไม่มาก แต่ก็สนุกดี


และต๊ะต้องขอพูดถึงห้องแสดงอีกห้องที่เพิ่งเปิดใหม่นั่นคือห้องโอลิมปิก ที่เปิดเพื่อเฉลิมฉลองในวาระที่ญี่ปุ่นจะได้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกในปี 2020 ภายในห้องจะรวบรวมภาพสิ่งประดิษฐ์ สิ่งก่อสร้างทันสมัยที่คิดค้นขึ้นในช่วงโอลิมปิกครั้งก่อน (ปี1964) เช่นโทรทัศน์สี ทางด่วน และเส้นทางรถไฟหลายสาย และแน่นอนหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ที่ลงข่าวการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกในปี 2020 ของญี่ปุ่น 


และสุดท้ายที่อยากแนะนำก็คือบริเวณทางเข้าชั้น 3 จะมีห้องสำหรับรับประทานอาหาร สามารถใช้บริการได้ฟรีค่ะ จริงอยู่ว่าในตึกก็มีร้านอาหารบริการหลายร้าน แต่นานๆทีลองเลียนแบบคนญี่ปุ่นซื้อเบนโตะมาจากสถานีรถไฟ แล้วมานั่งกินที่นี่ก็เข้าทีนะคะ โชคดีอาจได้เพื่อนร่วมโต๊ะเป็นนักซูโม่ก็เป็นได้


0 comments:

Post a Comment