Saturday, December 27, 2014

ใบไม้เปลี่ยนสีที่ไซตามะ (Saitama Autumn Leaves)

มาดูใบไม้เปลี่ยนสีครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 4 แล้วนะคะ เวลาผ่านไปไวเหมือนชิงกังเซ็นจริงๆ ปีแรกที่ย้ายมาจำได้ว่านั่งรถไฟไปดูที่สึคุบะซัง ยังจำไม่เคยลืมเลือน อากาศหนาวเหน็บจนไม่รู้จะบอกว่ายังไงดี แถมไปเร็วใบไม้ยังไม่แดง ไปถึงมีแต่กบ และก็นํ้ามันกบขาย เป็นการไปแบบไร้สติมาก ปีที่ 2 ที่ 3 เซียนขึ้นดูพยากรณ์ก่อนเพื่อความชัวร์ ก็ไปฟินความงามของใบไม้แดงที่ภูเขามิตาเกะ ไปมันติดกัน 2 ปีซ้อน  เพราะนอกจากจะสวยสมคำรํ่าลือแล้วยังใช้เวลาเดินทางไม่นาน พอมาปีนี้ขอแอบนอกใจมิตาเกะไปนอกโตเกียว เที่ยวไซตามะกันบ้าง วันนี้เป้าหมายอยู่ทีนางาโทโร ค่ะ

วันนี้ออกเดินทางกันแต่เช้า เพราะถึงไซตามะจะอยู่แนบชิดกับโตเกียว แต่ก็เป็นจังหวัดใหญ่พื้นที่กว้างขวาง ถ้าไม่ได้นั่งชิงกังเซ็นก็ไม่ได้มาถึงกันง่ายๆ นะคะ เอาเป็นว่ากว่าเราจะเดินทางมาถึงที่นี่ได้ก็ร่วมๆ 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว ขนาดว่าเรานั่งรถกันมาไม่มีพลาด ไม่มีผิดฝั่งเลย



นางาโทโรนั้นโอบล้อมด้วยอุทยานแห่งชาติ นอกจากจะมีต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นเต็มไปหมดแล้ว แม่นํ้าที่ไหลพาดผ่านยังเขียวใส มีปลาตัวเล็กๆ ว่ายเข้ามาทักทายนักท่องเที่ยวตลอดสองข้างทาง บรรยากาศดีมากๆ เชียวค่ะ

ถ้ามาช่วงที่อากาศไม่ร้อนจัด หนาวจัด กิจกรรมที่อยากแนะนำก็คือล่องเรือชมความงามของธรรมชาติค่ะ เรือที่ให้บริการจะเป็นเรือไม้โบราณของญี่ปุ่น (wabune) ซึ่งถึงจะเป็นเรือจำลองแต่ก็หานั่งกันไม่ได้ง่ายๆ นะคะ แต่ถ้าไม่มีเวลาหรือไม่อยากเข้าคิวก็เดินเล่นชมแม่นํ้า ชมใบไม้ไปก็ฟินได้เหมือนกันนะคะ

ทางเลียบแม่นํ้าจะเต็มไปด้วยหิน ร่างกายต้องฟิตประมาณนึงนะคะ แต่ก็ไม่ถึงกับเดินยากเพราะว่าไม่ลื่นค่ะ

มันจะให้อารมณ์เหมือนกับเดินป่า เข้าค่ายลูกเสือนิดๆ นะคะ นานๆ ที มาย้อนวัย ย้อนเวลา สนุกดีเหมือนกัน
ถึงจะเห็นมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังตื่นเต้นกับมันอยู่ดี เดินไปถ่ายรูปไปจนซาดาโอะทัก นี่ไม่ต้องถ่ายตลอดเวลาก็ได้
สวยทุกต้น ทุกมุมจริงๆ 
เสียดายวันนี้ไม่มีเวลามากเท่าไหร่ ถ้าตกเย็นแถวนี้จะ light up หมด น่าจะฟินสุดขีด แต่ก็ไม่สามารถอยู่รอได้เพราะขากลับจะถึงบ้านดึกไป ก็ไม่เป็นไรค่ะ

เอาล่ะค่ะก็ตามประสาคนเห็นแก่กินนะคะ ขอพูดถึงข้าวปลาอาหารกันหน่อย แถวนี้มีอะไรกินบ้างไปดูกันค่ะ

แอ่น แอ๊น ปลาอายุย่างเกลือ ปลาสดๆ เสียบไม้ย่างถ่าน สนนราคา 500 เยน ต่อ 1 ไม้ จัดว่าราคาแรงเหมือนกัน แต่อร่อยนะคะ ปลาสดไร้กลิ่นคาว ย่างกันร้อนๆ ปลากินได้ทั้งตัว ก้างเล็กไม่ทิ่มคอ เนื้อนุ่ม มันตรงช่วงท้องเยอะ หอมมากๆ ค่ะ

และแล้วเราก็เข้าไปนั่งในร้านสั่งโซบะร้อน เย็น ก็ไม่มีอะไรมากนะคะ รสชาติมาตราฐาน ไม่มีอะไรพิเศษเท่าไหร่

ของลูกชายเป็นแกงกะหรี่ค่ะ ร้านอาหารแถวนี้จะเป็นสไตล์ร้านค้าแบบชาวบ้านๆ ตั้งเรียงรายกันตลอดทางยาวไปถึงสถานีรถไฟ ร้านมีให้เลือกเยอะค่ะ แต่ถ้าต้องการวิวสวยอาจจะต้องรอคอยกันเล็กน้อย เพราะจะมีแค่ 2-3 ร้านที่ได้วิวริมนํ้า
กินอิ่มแล้ว ขอตัดเข้าโหมดชมธรรมชาติต่อนะคะ ฮ่าฮ่า ต๊ะ ชอบมุมนี้มากๆ เลย มันครบเลย ภูเขา สายนํ้า ต้นไม้ สงบไร้ผู้คนมากๆ เหมือนว่าจะสุดทางนํ้า แต่จริงๆ ไม่ใช่นะคะ สุดทางจริงๆ อยู่ตรงไหนมองไม่เห็นเลย จริงๆ อาจจะไปออกทะเลเลยก็เป็นได้

ถ่ายจากมุมสูง จะเห็นว่าวันนี้ก็มาพร้อมกับมหาชนคนญี่ปุ่นนะคะ แต่ก็ยังนับว่ายังน้อยกว่าที่มิตาเกะ หรือทาคาโอะซังเยอะ สวนนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่เห็นสักคน

และแล้วก็ถึงเวลาเดินทางกลับแล้วล่ะค่ะ เดินไปนั่งรถไฟที่สถานี Nagatoro Station โชคดีได้เจอรถไฟหัวจักรไอนํ้าที่สถานีด้วย คนวิ่งตามไปถ่ายรูปเยอะมากๆ เพราะถือเป็นขอหายากสำหรับญี่ปุ่นค่ะ
ฮิตจนเนสเล่ท์ผลิตโมเดลจำลองกระดาษมาขายคู่กับคิทแคท

อ้าวววว สุดท้ายเป็นเรื่องกินอีก ...ไม่ใช่นะ

วันหยุดหมดแล้ว มีโอกาสจะกลับมานั่งทอดอารมณ์ที่ริมแม่นํ้าสีมรกต ฟังเสียงนกร้อง อีกนะ แล้วพบกันอีกนะจ๊ะนางาโทโร 

2 comments: