Thursday, October 8, 2015

มัตสึชิมะ (A Stroll through Matsushima)

หน้าร้อนที่ผ่านมาต๊ะมีโอกาสได้ไปฉายเดี่ยวเที่ยวมัตสึชิมะ ครั้งนี้จะว่าไปก็เป็นครั้งที่ 6 น่าจะได้แล้วนะคะ แต่ไม่ว่าจะมากี่ครั้งก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อ นอกจากแถบนี้จะสวยงามอย่างที่รู้ๆ กัน ด้วยความที่มัตสึชิมะเป็นเกาะใหญ่ที่มีหมู่เกาะมากมายรายล้อม จึงยังมีมุมที่ยังไม่เคยเห็น และหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังไม่เคยทำ แม้จะสิ้นสุดทริปรอบที่ 6 แล้วแต่ก็ยังมีมุมให้ค้นหา และยังมีอะไรที่ยังไม่ได้ลองทำอีกมากมาย และแน่นอนว่าครั้งที่ 7 จะต้องตามมา 

ท้าวความเล็กน้อยนะคะ มัตสึชิมะเป็นหนึ่งในสามวิวที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น (Three Views of Japan) ครองแชมป์ร่วมกับ สันทรายกิ่งสนแห่งอะมะโนะฮะชิดะเตะ ในจังหวัดเกียวโต และศาลเจ้าอิสึกุชิมะ ในจังหวัดฮิโรชิม่า มัตสึชิมะมีหมู่เกาะน้อยใหญ่ถึงกว่า 260 เกาะ ทะเลแถบนี้เงียบสงบ มีทัศนียภาพที่สวยงามตลอดทั้งปี และยังได้รับสามดาวจากมิชลินด้วยนะคะ 

นอกจากจะสวยแล้วยังเดินทางมาเที่ยวได้ง่ายดายมากๆ ค่ะ จากสถานีเซนไดนั่งรถไฟสาย JR Senseki ถึง Matsushima Kaigan Station ใช้เวลาเพียงแค่ 40 นาทีเท่านั้นเอง ต๊ะออกจากโตเกียว 8 โมงเช้า นั่งชินคันเซนไปถึงเซนได ฝากกระเป๋าไว้ในล็อกเกอร์ที่สถานี นั่งรถไฟไปแบบชิลๆ ประมาณ 11 โมงก็ถึงมัตสึชิมะแล้ว

สิ่งแรกที่ทำเลยก็คือมองหาอาหารค่ะ ว่ากันว่าหอยนางรมทีมัตสึชิมะนั้นทั้งใหญ่ไซส์บึ้ม และรสชาติหวานอร่อยเป็นที่สุด ต๊ะเดินสำรวจอ่าว 2 รอบ ตลอดสองข้างที่เดินไปแม่ค้าแต่ละร้านก็เรียกเข้าร้านตลอด มีโปรโมชั่นแถมโน่นแถมนี่เยอะมาก สุดท้ายต๊ะเลือกร้านริมทะเลเพราะเรื่องรสชาติคาดเดาไม่ได้ ยังไงเอาวิวไว้ก่อน 

เมนูอาหารมีให้เลือกหลายหลากมากมาย ว่ากันที่เมนูหอยนางรมก่อนนะคะ ก็จะมีทั้งสด ย่าง ต้ม ทอด จะสั่งกี่ตัวก็ระบุได้ (เฉพาะย่างกับสดนะคะ) ต๊ะไม่ถนัดหอยนางรมสดรู้สึกมันลื่นๆ ในปากบอกไม่ถูก เลยเลือกคากิเมชิ ( Kaki Meshi) เป็นข้าวอบหอยนางรมหรือข้าวหุงกับหอยนางรมนั่นเองค่ะ ข้าวปรุงรสใส่ซีอิ้ว ใส่ดาชิ หอมรสออกเค็มๆ หวานนิดหน่อย คล้ายๆ กับข้าวผัดไม่ใส่นํ้ามัน แต่ต๊ะขอสารภาพว่าแอบหวังลึกๆ ว่าหอยมันจะอร่อยกว่านี้ ชิมดูต๊ะว่ามันสุกไปและเนื้อหอยก็ไม่หวานเท่าไหร่ โปะมาบนข้าวถ้วยใหญ่ กับไม่พอข้าวเหลือเยอะเหมือนกัน จานนี้มากับซุปใส และผักดองหลากสี 

เมนูอื่นๆ ก็มีข้าวหน้าอาหารทะเลสด โซบะ ราเมน เลือกกันได้ตามชอบ
เดินออกจากร้านข้ามถนนไปนิดหน่อยเจอวัดโกะไดโด (Godaido Temple) วัดชื่อดังบนเกาะ หยุดยืนบนสะพายคว้ากล้องมาถ่ายรูป วิวดีม่าก ถ่ายไป 5-6 รูปถึงได้รู้ว่าเค้าห้ามถ่ายแป่ว .... ถอยออกมาแบบ อายๆ 
สะพานนี้มีชื่อว่าสะพานซึคาชิบาชิ จะต่างจากสะพานแดงที่เชื่อมเกาะจุดอื่น ไม้ที่วางทำทางเดินจะถูกวางห่างกันถึง 4 นิ้ว เวลาเดินข้ามจะมองเห็นทะเลด้านล่าง สวยดีแต่เวลาเดินต้องระวังค่ะ ที่วางไม้ลักษณะนี้ก็เพื่อให้ผู้มาเยี่ยมชมเดินช้าๆ ทำใจให้สงบนิ่งก่อนเข้าข้ามไปสักการะวิหารบนเกาะนั่นเอง
พระวิหารซัมไปโด สร้างขึั้นตั้งแต่ ปี คศ. 807 จึงมีความเป็นมายาวนานกว่า 1000 ปี ทุกๆ 33 ปี จะมีการจัดเทศกาลพิเศษและอนุญาตให้เข้าไปชมศาลด้านใน ซึ่งปกติไม่อนุญาตให้ขมได้ นอกจากวิหารแล้วบนเกาะไม่มีอะไรอย่างอืนอีก เดินเล่นได้สัก 15-20 นาที ก็ออกเดินทางไปยังท่าเรือค่ะ
ทางเดินรอบวิหารกว้างขวาง และเดินง่ายพอสมควรนะคะ ทางขึ้นเกาะจริงๆ มีร้านขายของที่ระลึกด้วย
เดินเลียบไปทางซ้ายมือไปเรื่อยๆ จะเจอร้านขายซาซากามะ(ลูกชิ้นปลาแสนอร่อยของดีประจำจังหวัดมิยากิ) เยอะมากๆ หลายร้านจะมีบริการให้ลูกค้าได้ลองทำเอง สนนราคา 2-3 ไม้ ต่อ พันเยน หรือมากกว่าน้อยกว่าแล้วแต่ร้านค่ะ วิธีทำซาซากามะก็คล้ายๆ ลูกชิ้นปลาบ้านเราค่ะ เอาเนื้อปลามาบดแล้วนวดให้เหนียว แต่ที่นี่จะเอาเนื้อปลาใส่พิมพ์กดให้เป็นรูปแล้วเสียบไม้นำไปย่างถ่านค่ะ สนนราคาอาจจะแพงไปบ้าง แต่ลูกชิ้นปลาทำใหม่ๆ หอมๆ อร่อยคุ้มราคาอยู่นะคะ
 ข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงต่างๆ นอกจากมาเนะกิเนะโกะ แมวกวักนำโชคแล้ว ร้านอาหารแถวนี้ยังนิยมวางตุ๊กตาโคเคชิตัวโตๆ ไว้ตางทางเข้าหรือด้านหน้าร้านด้วยค่ะ
เดินมาถึงท่าเรือ ตอนนี้ฝนเริ่มตั้งเค้าแล้วค่ะ แต่ท้องฟ้ายามนี้ก็สวยงามเมฆเป็น 2 สี น่ามองไปอีกแบบนะคะ ที่เห็นด้านซ้ายมือคือเกาะที่เป็นที่ตั้งวัดโกะไดโดค่ะ 
เรือนำเที่ยว-ชมวิวรอบอ่าวมัตสึชิมะ กิจกรรมยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวค่ะ ค่าโดยสาร 1500 เยน ไม่แพงเลยนะคะสำหรับการนั่งเรือลำใหญ่ มีหลังคากระจกปิดมิดชิด ทอดอารมณ์ชมวิวรอบอ่าว 45-50 นาที เพลิดเพลินลิมเวลามากค่ะ (บนเรือมีเครื่องดื่มขายค่ะ)
นกนางนาลเจ้าถิ่นค่ะ นกที่นี่จะไม่ค่อยตื่นคนเพราะสมัยก่อนนักท่องเที่ยวนิยมให้อาหารนกค่ะ อาหารที่เอามาให้ก็คือข้าวเกรียบคาลบี้ เมื่อก่อนเวลานั่งเรือนกนางนวลจะบินตามไปเป็นฝูงเเพื่อรออาหารแจก กิจกรรมนี้พึ่งถูกแบนไปได้ไม่ถึง 2 ปีค่ะ นกส่วนมากจึงยังไม่กลัวคน 
ตอนนี้ฝนเริ่มตั้งเค้า แต่เรายังไม่ย่อท้อค่ะ เพราะดูแล้วฟ้ายังมีสีขาวพอให้ชื่นใจบ้าง เดินต่อค่ะเพราะเชื่อว่าฝนจะหยุดในที่สุด
 วันนี้จะข้ามไปอีกเกาะค่ะ เกาะฟุคุอุระจิม่า เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดที่ตั้งอยู่แถวนี้ค่ะ จากท่าเรือเราไปทางขวาเดินไปเรื่อยๆ จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ เดินยังไม่ทันเหนื่อยก็ถึงค่ะ บนเกาะมีทุกสิ่งค่ะ มีต้นไม้เยอะมากๆ ด้วย ถ้าคนชอบธรรมชาติห้ามพลาดนะคะ มีศาลเจ้าและตุ๊กตาดารุมะ ตั้งวางเรียงราย
 นกนางนวลเจ้าถิ่นมาตอนรับที่สะพานแดงค่ะ

 ตึกที่เห็นข้างหน้าเป็นห้องนำ้ค่ะ หลังคาแหลมกำแพงขาว ช่องหน้าต่างทำจากไม้ งดงามมากๆ ตอนแรกไม่คิดว่าจะเป็นห้องนํ้า แต่สังเกตดีๆ ห้องนํ้าสาธารณะบนเกาะจะเป็นสไตล์เดียวกันหมด มันก็เลยยิ่งสวย
ต้นสนบนเกาะค่ะ ต้นใหญ่มากเมื่อเทียบกับคนที่ยืนอยู่ด้านล่าง ซึ่งก็เป็นธรรมดานะคะเพราะคนที่นี่ไม่ค่อยตัดต้นไม้ ยิ่งบนเกาะห่างไกลแบบนี้ต้นสนบางต้นอาจมีอายุกว่าพันปีทีเดียวค่ะ
ลงจากเกาะเดินย้อนกลับไปทางท่าเรือ ตอนนี้ใกล้ 5 โมงเย็นแล้วค่ะ แต่ยังอยากแวะอีกสักที่ ไปวัด Zuiganji วัดชื่อดังบนเกาะ ตัววัด วิหารยังปิดซ่อมอยู่นะคะ จึงได้แต่มาดูทางเข้า สงบร่มรื่นมากๆ เดินเข้ามาจะสัมผัสถึงความเย็นได้ทันที มีถํ้าเล็กๆ ด้านในมีรูปสลักเทพเจ้า บรรยากาศชวนนั่งสมาธิ วิปัสสนามาก ชอบมากๆ ค่ะ ต้องหาโอกาสกลับมาอีก ตอนที่ซ่อมแซมเสร็จแล้ว

พอ 5 โมงเย็น สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะจะปิดหมด ได้เวลากลับแล้วค่ะ ก่อนกล้บจะไปชิมราเมนกุ้งสดที่เล็งไว้ตั้งแต่ขามา แต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าร้านอาหารแถวสถานีปิดหมดแล้วทุกร้าน ตอนนั้นเหนื่อยและหิวมากๆ สารภาพเลยค่ะว่าขาสั่นเพราะเดินตลอดและต้องแบกอุปกรณ์ถ่ายรูปไว้กับตัวตลอดเวลาด้วย เลยท่าเรือมีร้านสไตล์กึ่งผับ แต่ก็ขอผ่านเพราะไม่ใช่แนวถนัด ( ขำตัวเองเหมือนกัน หิวขนาดนี้ก็ยังเลือกอีก) เดินต่อไปอีกเจอร้านลุงป้าบ้านๆ หน้าร้านมีทะเลปิ้งย่าง ขายคนเดินผ่านไปมา ข้างในมีที่นั่งขายอาหารแบบชุด (Teishoku) ก้าวเท้าเข้าร้านทันที (จริงๆ แทบจะวิ่ง) 

เมนูที่สั่งคือชุดปลาหมึกย่างหน้าตาไม่หวือหวา แต่ขอบอกว่าอร่อยมากๆ อร่อยทุกอย่าง ปลาหมึกเนื่อนุ่ม หมักซีอิ้ว ย่างถ่านหอมกรุ่น ผักดองทำเอง ข้าวนุ่มหอม ซาซากามะก็ยังอุ่นให้ร้อนก่อนเสิร์ฟ สลักผักแสนอร่อยราดนํ้าสลัดรสงาขาว ทุกอย่างดูพิถิพิถันและเข้ากันไปซะหมด ถ้ามีคราวหน้าพูดเลยว่าลุงกับป้าได้เจอต๊ะอีกแน่ อาหารทุกจานปรุงใหม่ไม่ใช้ไมโครเวฟ มันดีงามมากๆ สำหรับยุคนี้ 
สำหรับเพื่อนที่สนใจนั่งเรือชมวิวรอบอ่าว ขอแนะนำเส้นทาง Matsushima-Shiogama เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยเลือกกัน แต่ Shiogama เป็นท่าเรือใหญ่อาหารทะเลสด และราคาไม่แพง กุ้งที่เห็นด้านล่างคือกุ้ง peony shrimp ซึ่งปกติแล้วหาทานได้แถบฮอกไกโด แต่ร้านอาหารบนท่าเรือก็มีขายและอร่อยไม่แพ้ฮอกไกโด นอกจากนี้บนเกาะยังมีศาลเจ้าและสถานที่สำคัญทางด้านวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์มากมายหลายที่ ซึ่งจะขอมาเล่าสู่กันฟังรอบหน้านะคะ  

0 comments:

Post a Comment